จากภาครัฐ

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

ความช่วยเหลืออื่นๆ

  • 01
    02 2560
    สถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุนธุรกิจ SMEs

         ธุรกิจ SMEs มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก มีกิจการที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนมากกว่า 2 ล้านรายภาครัฐจึงให้ความสำคัญและผลักดันให้สถาบันการเงินทั้งภาครัฐบาลและเอกชนให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตอยู่รอดและยั่งยืนรวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีในอนาคตด้วย สถาบันการเงินที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนธุรกิจ SMEs แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่คือสถาบันการเงินของภาครัฐและสถาบันการเงินของภาคเอกชน 1. สถาบันการเงินของภาครัฐ ประกอบไปด้วยธนาคารและหน่วยงานเฉพาะกิจเหล่านี้คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Bank) จะเน้นในการให้สินเชื่อธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางที่เป็นนิติบุคคล ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.smebank.co.th/th/credit.php ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อกับกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาและร้านค้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.gsb.or.th/products/loan-business/factoring.aspx ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อกับกิจการที่เป็นนิติบุคคลขนาดกลางและขนาดใหญ่รวมทั้งบริษัทมหาชนต่างๆที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.ktb.co.th/ktb/th/product-sme.aspx?sub=Bp7Xa%2BC6IBIEsBoeANlPFg%3D%3D ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส) เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อธุรกิจการเกษตรและเกษตรกรด้วยดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.baac.or.th/content-product.php?content_id=011108&content_group_sub=0002&content_group=0004&inside=1 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อกับธุรกิจที่ส่งออกและนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งไปลงทุนในโครงการที่ต่างประเทศ ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.exim.go.th/th/services/services.aspx?Type_=Financial บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่จะปล่อยกู้ให้กับธุรกิจ SMEs แต่หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันไม่เพียงพอกับวงเงินสินเชื่อในขณะที่ธุรกิจเหล่านั้นมีศักยภาพสูง ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.tcg.or.th/customer_step.php 2. สถาบันการเงินของภาคเอกชน คือธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร รวมถึงบริษัทในเครือของสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ให้การสนับสินเชื่อธุรกิจ SMEs มีการให้เงินกู้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยแต่ละธนาคารพาณิชย์ของไทยจะมีฝ่ายที่ดูแลสินเชื่อสำหรับกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยเฉพาะโดยมีสถาบันการเงินหลักๆที่กิจการ SMEs เข้าไปขอสินเชื่อได้ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.bangkokbank.com/bangkokbankthai/businessbanking/smes/LoansForSMEs/Pages/Default.aspx ธนาคารกสิกรไทย ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.kasikornbank.com/TH/SME/Pages/SME.aspx ธนาคารไทยพาณิชย์ ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ https://scbsme.scb.co.th/product/ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ https://www.krungsri.com/bank/th/KrungsriSME/SMELoan.html ธนาคารทหารไทย ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ https://www.tmbbank.com/sme ธนาคารธนชาต ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ https://www.thanachartbank.co.th/tbankcmsfrontend/CorporateTHDetail.aspx?PName=Corporate&PTypeID=10&ProID=83 ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ดูรายละเอียดการให้บริการสินเชื่อตามลิงค์นี้ http://www.tcrbank.com/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93      นอกจากสถาบันการเงินที่เป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนกับธุรกิจ SMEs แล้วยังมีบริษัทที่ให้บริการสินเชื่ออื่นๆเช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อด้านลิสซิ่งเครื่องจักร และสินเชื่อแฟคตอริ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal loan) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทในเครือของธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินจากต่างประเทศ

  • 01
    02 2560
    การจัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้

           ธุรกิจ SMEs มักเริ่มต้นจากเงินทุนส่วนตัวของเจ้าของและเงินทุนเหล่านี้มักมีจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการในการดำเนินธุรกิจ อาจจะเป็นเพราะผู้ประกอบการไม่ได้จัดทำงบการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจึงทำให้มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนหรืออาจเป็นเพราะตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจผู้ประกอบการก็มีเงินไม่เพียงพอต่อการลงทุนอยู่แล้ว ถึงแม้ทราบว่าเงินจะไม่พอหลายคนก็ยังเสี่ยงที่ทำธุรกิจต่อไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีกำไรหรือคิดว่าค่อยไปว่ากันข้างหน้าคงหาเงินได้เองแหละ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่เตรียมเงินทุนไว้ไม่เพียงพอก็จะประสบปัญหาเรื่องเงินเสมอ ต้องหมุนเงินตลอดเวลาทำให้เกิดความเครียดยิ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงแล้วยิ่งเครียดหนัก มีบางรายที่ไปกู้ยืมเงินนอกระบบจากนายทุนต้องเสียอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ร้อยละ 2-5 ต่อเดือน เราลองคิดง่ายๆว่าดอกเบี้ยเดือนละ 5% ถ้าเรากู้หนึ่งปีก็จะเท่ากับ 60% (5% คูณ 12 เดือน) หากกิจการของเรามีกำไรเกิน 60% การที่เรากู้นอกระบบก็คงไม่ขาดทุน แต่ส่วนใหญ่กำไรกันก็ประมาณ 20-35% สำหรับธุรกิจขนาดเล็กหากเป็นธุรกิจขนาดกลางก็ประมาณ 15-25% แล้วผู้ประกอบการจะไม่เลิกกิจการได้อย่างไร ถ้ายังขืนใช้เงินกู้นอกระบบต่อไป แหล่งเงินทุนของธุรกิจ SMEs มีดังนี้ เงินทุนส่วนตัวของเจ้าของหรือระดมทุนจากหุ้นส่วนของกิจการ เงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน การร่วมหุ้นหรือร่วมทุนกับนายทุนทั้งในและต่างประเทศ กองทุนร่วมทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สสว หรือกองทุนวรรณเป็นต้น เงินกู้ประเภทอื่นๆเช่น การเช่าซื้อ,ลิสซิ่ง,ขายลดบัญชีลูกหนี้(Factoring), personal loan,บัตรเครดิต เงินกู้นอกระบบ เงินกู้จากเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง      กิจการที่ดีควรป้องกันความเสี่ยงโดยไม่ควรใช้แหล่งเงินจากข้อ 6-7 คือเงินกู้นอกระบบและจากเพื่อนฝูงเพราะมีดอกเบี้ยที่สูงเกินไปทำให้ไม่สามารุรับภาระได้ สำหรับญาติพี่น้องที่ไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดดอกเบี้ยที่ต่ำก็อาจจะใช้เป็นเงินกู้ชั่วคราวในช่วงเวลาที่มีปัญหาการเงินเท่านั้น สำหรับแหล่งเงินกู้ที่ช่วยเหลือ SMEs มีดังนี้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Bank) เป็นธนาคารที่เน้นในการให้สินเชื่อกิจการขนาดย่อมและขนาดกลางที่เป็นนิติบุคคล ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อกับกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาและร้านค้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อกับกิจการที่เป็นนิติบุคคลขนาดกลางและขนาดใหญ่รวมทั้งบริษัทมหาชนต่างๆที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส) เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อธุรกิจการเกษตรหรือธุรกิจเกษตรแปรรูปและเกษตรกร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เป็นธนาคารที่เน้นการให้สินเชื่อกับธุรกิจที่ส่งออกและนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งไปลงทุนในโครงการที่ต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆซึ่งให้สินเชื่อทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีฝ่ายที่ดูแลสินเชื่อสำหรับกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยเฉพาะ เช่น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย,ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารธนชาต, ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย นอกจากธนาคารแล้วยังสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อด้านอื่นๆประเภทเช่าซื้อ ลิสซิ่ง และแฟคตอริ่ง รวมทั้งการให้กู้แบบ Personal loan, credit card ซึ่งบางแห่งก็เป็นบริษัทในเครือของธนาคารพาณิชย์ หรือเครือสถาบันการเงินจากต่างประเทศ      การจัดหาเงินทุนจำเป็นต้องวางแผนการจัดหาให้เหมาะกับประเภทเงินทุนที่นำไปใช้ด้วย เช่นการซื้อทรัพย์สินถาวรพวกอาคาร สิ่งปลูกสร้าง โรงงาน ทรัพย์สินประเภทนี้เมื่อลงทุนซื้อแล้วกว่าจะได้ทุนคืนอาจต้องใช้ระยะเวลานานจึงใช้เงินกู้ระยะยาวจึงเหมาะสมรวมทั้งผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีเงินทุนทั้งส่วนตัวด้วย เงินกู้ระยะยาวนี้ควรผ่อนชำระให้นานมากกว่า 5 ปีขึ้นไปเพราะหากใช้เงินกู้ระยะสั้นและถูกเรียกคืนจากสถาบันการเงิน ผู้กู้ก็อาจจะหาเงินคืนไม่ทันและก็กลายเป็นหนี้ NPL ในที่สุด ก่อนจะกู้เงินทุกครั้งขอให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์ว่าจะนำเงินกู้ไปใช้ในกิจกรรมใด ลงทุนในทรัพย์สินหมุนเวียนหรือถาวร กว่าจะได้เงินคืนกลับมาต้องใช้เวลานานหรือไม่ เรามักได้ยินกันบ่อยๆว่าการบริหารเงินให้ถูกต้องจำเป็นต้อง Matching fund นั่นคือเงินลงทุนระยะสั้นก็ต้องกู้เงินระยะสั้นมาใช้ เช่นซื้อวัตถุดิบ เวลาซื้อมาแล้วเมื่อผลิตเสร็จก็นำไปขายแล้วก็ได้เงินมาชำระเงินกู้ได้ การกู้เงินมาซื้อวัตถุดิบเราเรียกว่าเป็นการนำไปใช้ในเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น      ประเภทของเงินทุนหรือเงินกู้มี 3 ประเภท โดยแบ่งตามระยะเวลา ดังนั้นเราควรเลือกเงินกู้ตามหรือจัดหาเงินทุนมาใช้ให้เหมาะสมกับระยะเวลาการใช้เงินด้วยคือ 1. เงินกู้ระยะสั้น (เงินทุนหมุนเวียน) มีกำหนดการชำระคืนภายใน 1 ปี เหมาะกับการกู้เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในการซื้อสินค้า วัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการผลิต การให้เครดิตแก่ลูกหนี้การค้า หรือซื้อทรัพย์สินหมุนเวียนอื่นๆ 2. เงินทุนระยะปานกลาง มีกำหนดการชำระเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี เหมาะกับการกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรเครื่องมือ รถยนต์ รถบรรทุก รถขนส่ง หรือสำหรับปรับปรุงโรงงานเพื่อขอมาตรฐานต่างๆ เงินกู้นี้รวมถึงเงินกู้จากการขอสินเชื่อเช่าซื้อและลิสซิ่งด้วย 3. แหล่งเงินทุนระยะยาว มีกำหนดการชำระเกิน 5 ปี เหมาะกับการลงทุนระยะยาวในโครงการใหญ่ หรือการเริ่มธุรกิจใหม่ที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเพราะกิจการมีความต้องการที่ผ่อนชำระนานๆ เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตจะมีระยะเวลาการคืนทุนนานกว่าธุรกิจบริการและซื้อมาขายไป ผู้ลงทุนจึงจำเป็นต้องใช้เงินกู้ระยะยาวเพื่อการ Matching fund ด้วย