จากภาครัฐ

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

แรงจูงใจด้านภาษี

  • 06
    09 2559
    เขตเศรษฐกิจพิเศษไทย 5 จังหวัด 6 พื้นที่ เพื่อรองรับ AEC

    เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือเขตพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อการส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการในการดำเนินกิจการต่าง ๆ เช่น การอุตสาหกรรม การพาณิชยกรรม การบริการ หรือกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ รูปแบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษมีหลายประเภท เช่น เขตการค้าเสรี เขตอุตสาหกรรมเสรี เขตปลอดภาษี เขตการค้าชายแดนเสรี และเขตพัฒนาการส่งออก (แปรรูป) ซึ่งในปี 2558 คณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพน.) ได้กำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็น 2 ระยะ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ปัญหาความมั่นคง โดยใช้กลยุทธ์สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ สนับสนุนพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุน SMEs และการลงทุนต่อเนื่อง จัดระเบียบพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน ประโยชน์ที่ประเทศไทยในฐานะประเทศที่ถือเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคจะได้รับจากการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษก็คือ เป็นการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ เป็นการส่งเสริมการส่งออก เป็นการส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิตสินค้า เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าในภูมิภาค เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซี่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดภายในภูมิภาค ประเทศไทยได้กำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 ไว้ใน 5 จังหวัด 6 พื้นที่ มีรายละเอียดโดยสังเขป ดังนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษตราด ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ มีด่านบ้านหาดเล็กเป็นจุดผ่านแดนเชื่อมจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ตัวอย่างธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่ กิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ บริการพื้นฟูสุขภาพ การเดินเรือท่องเที่ยว การค้าชายแดนปลอดภาษี คลังสินค้า การขนส่งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าและยานพาหนะ คลังสินค้า ห้องเย็น และแปรรูปสินค้าเกษตร อาหาร ประมง เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่สอด พบพระ และแม่ระมาด มีด่านแม่สอดเป็นจุดผ่านแดนเชื่อมต่อเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งมีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเมียวดี สามารถเชื่อมโยงไปยังเมืองย่างกุ้ง อินเดีย และจีนตอนใต้ได้ ตัวอย่างธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ ชิ้นส่วนประกอบยานยนตร์ และกิจการด้านโลจิสติกส์ เขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร หว้านใหญ่ และดอนตาล มีด่านมุกดาหารเป็นจุดผ่านแดนเชื่อมต่อแขวงสะหวันเขต ประเทศลาว ซึ่งมีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ตัวอย่างธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่ แปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม ยางพาราและผลิตภัณฑ์ บริการฟื้นฟูสุขภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ศูนย์การเปลี่ยนถ่ายสินค้าและยานพาหนะ คลังสินค้า และศูนย์กลางสินค้าเกษตร เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว ครอบคลุมพื้นที่อำเภออรัญประเทศ และวัฒนานคร มีด่านอรัญประเทศเป็นจุดผ่านแดนเชื่อมต่อจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง คือ ปอยเปต-โอเนียง ซันโค-ปอยเปต และบริเวณเมืองศรีโสภณ ตัวอย่างธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่ แปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร พลังงานทดแทน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ศูนย์กระจายสินค้า และกิจการสนับสนุนการท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ครอบคลุมพื้นที่อำเภอสะเดา มีด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์เป็นจุดผ่านแดน เชื่อมต่อรัฐเคดาห์และรัฐเปอร์ริส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการพัฒนาเขตอุตสาหกรรม และระบบถนน-ระบบรางเชื่อมโยงชานแดนไทย ตัวอย่างธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เครื่องเรือน ชิ้นส่วนยานยนต์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม แปรรูปอาหารทะเล และอาหารฮาลาล การสนับสนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษจากภาครัฐของไทย ในรูปแบบสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและการเงิน สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรณีเป็นกิจการเป้าหมายและตั้งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยไม่เกินร้อยละ 100 ของเงินลงทุน ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ลดหย่อนกำไรสุทธิที่ได้จากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 เป็นเวลา 5 ปี นับจากวันสิ้นสุดการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา 2 เท่าของค่าใช้จ่ายดังกล่าว เป็นเวลา 30 ปี หักเงินลงทุนในการติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกร้อยละ 25 ของเงินลงทุนนอกเหนือจากค่าเสื่อมราคา ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบ/วัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อส่งออก 5 ปี รวมถึงอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมตามแนวทางที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนด สิทธิประโยชน์กรณีกิจการไม่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 10 เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชี และการผ่อนปรนดอกเบี้ยเงินกู้ รายละ 1-20 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกรมศุลกากรกรณีตั้งเขตปลอดอากรและคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกด้วย การดำเนินการในระยะต่อไปคือ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย หนองคาย นครพนม และนราธิวาส ถือเป็นการขยายการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป อย่างไรก็ตาม เขตเศรษฐกิจพิเศษจะประสบความสำเร็จได้จำเป็นต้องมีการพัฒนาด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไป อาทิ การพัฒนาโครงข่ายพื้นฐานทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง มีการปรับปรุงระบบศุลกากร มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค อีกทั้งการบริหารจัดการภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย ข้อมูลจาก: ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์

  • 06
    09 2559
    เขตประกอบการเสรี (FREETRADE ZONE)

    การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมีชื่อย่อว่า “กนอ.” มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหลายประการ โดยเริ่มจากการจัดหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้ง หรือขยายนิคมอุตสาหกรรม หรือเพื่อดำเนินธุรกิจอื่นที่จะเป็นประโยชน์ ดำเนินการปรับปรุงที่ดินเพื่อให้บริการตลอดจนจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน รวมทั้งสาธารณูปโภคต่างๆให้แก่ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไป อันเป็นเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรมและกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรม พื้นที่เขตประกอบการเสรี(เขตอุตสาหกรรมส่งออกเดิม) อันเป็นเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับ การประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือ พาณิชยกรรม เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพของประชาชน การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือความจำเป็นอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยของที่เข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร และค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามที่กฎหมายบัญญัติ ในปัจจุบันเขตประกอบการเสรี ที่มีสำนักงานศุลกากรตั้งอยู่มี 12 แห่ง ได้แก่  นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง (กรุงเทพฯ) นิคมอุตสาหกรรมบางปู (สมุทรปราการ) นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ (ลำพูน) นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง (ชลบุรี) นิคมอุตสาหกรรมเหมราช (ชลบุรี) นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (อยุธยา) นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน (อยุธยา) นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ (ฉะเชิงเทรา) นิคมอุตสาหกรรมส่งออกภาคใต้ (สงขลา) นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร (พิจิตร) นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี (กรุงเทพฯ) นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (ฉะเชิงเทรา) เพื่อการส่งเสริมการส่งออกแก่ผู้ประกอบการทั้งในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป และเขตประกอบการเสรี การนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยได้ให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอากรแก่ผู้ประกอบการในเขตประกอบการเสรี และเขตอุตสาหกรรมทั่วไป ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยกรมศุลกากรจะเป็นผู้กำหนดระเบียบปฏิบัติสำหรับการปฏิบัติในเขตประกอบการเสรี ตามบทบาทหน้าที่ในการควบคุมดูแล และรับผิดชอบในเรื่องภาษีอากรของรัฐ สิทธิประโยชน์: สิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษีอากรในเขตประกอบการเสรี ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือพาณิชยกรรม ทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างด้าวอาจได้รับอนุญาต ให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อประกอบกิจการได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่คณะกรรมการเห็นสมควร แม้ว่าจะเกินกำหนดที่จะพึงมีได้ ตามกฎหมายอื่น ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือพาณิชยกรรม จะได้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ คู่สมรส และบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะ เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรตามจำนวน และภายในกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร คนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการ ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามข้อ 2. ได้รับอนุญาตให้ทำงานเฉพาะตำแหน่งที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือพาณิชยกรรม ซึ่งมิภูมิลำเนานอกราชอาณาจักรจะได้รับอนุญาตให้นำหรือส่งเงินออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นเงินตราต่างประเทศได้ เมื่อเงินนั้นเป็นเงินทุนที่นำเข้ามา เงินปันผล หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินทุนนั้น เงินกู้ต่างประเทศที่นำมาลงทุน และเงินที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบการพาณิชยกรรม มีข้อผูกพันกับต่างประเทศตามสัญญาเกี่ยวกับการใช้สิทธิ และบริการต่างๆ สิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษีอากรในเขตประกอบการเสรี ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบของสิ่งของดังกล่าวที่จำเป็นในการผลิตและของที่ใช้ในการสร้างโรงงาน หรืออาคาร ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งอากรขาเข้าภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิตสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า หรือเพื่อพาณิชยกรรมสำหรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรี ได้รับยกเว้นอากรขาออก ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตสำหรับของซึ่งได้นำเข้ามา ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 รวมทั้งผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้ และสิ่งอื่นที่ได้จากการผลิตแล้วส่งออก ได้รับยกเว้นหรือคืนค่าภาษีอากรสำหรับของที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้ได้รับยกเว้น หรือ คืนค่าภาษีอากร เมื่อได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ หากผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นอากรสำหรับวัตถุดิบตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 หรือผู้ประกอบการที่เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามมาตรา 8 ทวิ (2) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 หรือผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 ส่งของเข้าไปในเขตประกอบการเสรี จะได้รับยกเว้นค่าภาษีอากรหรือคืนค่าภาษีอากรเช่นเดียวกับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ของที่นำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับเขตปลอดอากร ผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้ และสิ่งอื่นที่ได้จากการผลิตในเขตประกอบการเสรีที่นำออกจากเขตประกอบการเสรีและต้องเสียภาษีอากร ไม่ต้องนำราคาของวัตถุดิบภายในราชอาณาจักรที่นำเข้าเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดที่ไม่มีสิทธิได้รับการคืน หรือ ยกเว้นอากร มาคำนวณค่าภาษีอากรตามมาตรา 52/1 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 การนำของเข้ามาในประเทศ หรือวัตถุดิบภายในประเทศ และนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งออก ให้ยกเว้นไม่อยู่ภายในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการนำเข้า การส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การครอบครอง หรือ การใช้ประโยชน์ การควบคุมมาตรฐาน หรือคุณภาพ การประทับตรา หรือเครื่องหมายใด ๆ แก่ของนั้น แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงกฎหมายว่าด้วยศุลกากร แต่ถ้าของดังกล่าวก่อให้เกิด หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง สุขภาพอนามัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม หรือมีพันธกรณีตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดชนิด หรือประเภทของของนั้นมิให้ได้รับยกเว้นตามกฎหมายดังกล่าวด้วยก็ได้ ข้อมูลจาก: การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) http://www.ieat.go.th

  • 06
    09 2559
    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) เป็นสถาบันของรัฐบาลที่มอบสิทธิประโยชน์ให้สิ่งจูงใจชาวต่างชาติและผู้ประกอบการท้องถิ่นในอุตสาหกรรมซึ่งมีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย นอกจากนั้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงเป็นผู้ส่งเสริมการลงทุนให้กับภูมิภาคในประเทศไทยที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา พื้นฐานทางกฎหมายของสำนักงานนี้คือพระราชบัญญัติการส่งเสริมการลงทุนที่มีการออกครั้งแรกในปี พุทธศักราช 2520 และมีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง พระราชบัญญัติการส่งเสริมล่าสุดนั้นสามารถเปิดดูได้ ที่นี่ ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีดังนี้ : อุตสาหกรรมที่ให้สิทธิประโยชน์โดยสำนักงานและอุตสาหกรรมที่กำลังจะให้สิทธิประโยชน์ ภูมิภาคในประเทศไทยที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิประโยชน์ที่สำนักงานคณะกรรมการมอบให้ 1. อุตสาหกรรมที่ให้สิทธิประโยชน์โดยสำนักงานและอุตสาหกรรมที่กำลังจะให้สิทธิประโยชน์ BOI จะตัดสินโดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจว่าอุตสาหกรรมที่มีการเสนอเข้ามานั้นสมควรที่จะได้รับการสนับสนุนและได้รับสิทธิพิเศษในการลงทุนดังกล่าวหรือไม่ อุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากทางสำนักงานนั้นจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ต่อไปนี้ : อุตสาหกรรมที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ,สังคมและความมั่นคงแก่ประเทศไทย อุตสาหกรรมที่ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกที่สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยได้ อุตสาหกรรมที่จ่ายค่าจ้างแรงงานในอัตราสูง อุตสากรรมที่เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมหรือทรัพยากรธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ รายการของอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากทางสำนักงานและสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ได้รับ มีดังนี้ โครงสร้างพื้นฐาน (เช่น เขตอุตสาหกรรม , การผลิตพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ ,น้ำจากท่อ หรือ แหล่งน้ำสำหรับอุตสาหกรรม , การคมนาคม , พาณิชย์การ และ สำนักงานตรรกวิทยา) อุตสาหกรรมทั่วไป (เช่น เหล็ก, สารที่ได้จากน้ำมันปิโตรเลียม ,เยื่อกระดาษและกระดาษ และ เครื่องจักร) เครื่องมือการแพทย์และอุปกรณ์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (เช่น ยา ,อาหาร,อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์) พลังงานทางเลือกและบริการต่างๆเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (การผลิตพลังงานจากพลังงานทดแทน , การรีไซเคิล , การบำบัดน้ำเสียและการกำจัดของเสียจากอุตสาหกรรม :ESCO) บริการที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม (งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์,การพัฒนาทรัพยากรเชิงมนุษย์,การออกแบบของวิศวกร,ซอฟท์แวร์,บริการเทียบมาตรฐาน,สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค,สำนักงานสนับสนุนการค้าขายและการลงทุน) การพัฒนาเทคโนโลยี (เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ,เทคโนโลยีนาโน,เทคโนโลยีวัสดุ) ขอบเขต : อุตสาหกรรมที่พัฒนาขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่นและเป็นของไทย อุตสากรรมอาหารและเกษตรกรรม (อาหารแปรรูป,วัตถุเจือปนอาหาร,สารสกัดจากสมุนไพร,การขยายพันธุ์และพัฒนาพืช,ผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ,เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เอทานอล,ไบโอดีเซล) การบริการและสุขภาพ (เช่น การสนับสนุนการท่องเที่ยวและกีฬา , การผลิตภาพเคลื่อนไหวและอย่างอื่นที่เกี่ยวข้อง,ศูนย์เพื่อสุขภาพ,บ้านพักคนชราและศูนย์ดูแล) ขอบเขต:อุตสาหกรรมที่มั่นคงและสามารถผลิตเพื่อตอบสนองทั่วโลก วิศวกรรมยานยนต์และอุปกรณ์เกี่ยวกับการคมนาคม (รถยนต์,มอเตอร์ไซด์,รถไฟ,รถไฟฟ้า,เครื่องบิน,อู่ต่อเรือและการบำรุงรักษา) กระแสไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า (การออกแบบที่เกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า,เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์,ไฮบริด ฮาร์ดไดร์ฟและโซลิดเซฟไดร์ฟ ,โซล่าเซลล์,ของใช้ในครัวเรือนที่เป็นผ้า) 2. ภูมิภาคในประเทศไทยที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้เห็นความสำคัญของการกระจายความเจริญไปยังท้องถิ่นต่างๆเพื่อนำมาส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นคณะกรรมการจะส่งเสริมบริษัทที่ได้ลงทุนในพื้นที่ที่ด้อยการพัฒนาหรือยังไม่มีการพัฒนามากโดยให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและด้านที่ไม่เกี่ยวกับภาษี เพื่อที่จะตอบรับเกี่ยวกับสิทธิพิเศษในการส่งเสริม คณะกรรมการจึงได้แบ่งจังหวัดของประเทศไทยออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อแสดงให้เห็นระดับของการพัฒนา ตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยใช้รายได้และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานของแต่ละ จังหวัดเป็นเกณฑ์ ดังนี้ เขต 1 ประกอบด้วย 6 จังหวัดในส่วนกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เขต 2 ประกอบ ด้วย 12 จังหวัดได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต ระยอง ราชบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง เขต 3 เประกอบด้วย 58 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 36 จังหวัด และ 22 จังหวัดรายได้ต่ำ ดังนี้ 36 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยนาท ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พังงา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ระนอง ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย สงขลา สระแก้ว สิงห์บุรี สุโขทัย สุราษฏร์ธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี 22 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ นครพนม นราธิวาส น่าน บุรีรัมย์ ปัตตานี พะเยา แพร่ มหาสารคาม ยโสธร ยะลา ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สุรินทร์ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ หนองคาย อุบลราชธานี อุดรธานี และอำนาจเจริญ 3. สิทธิประโยชน์ที่สำนักงานคณะกรรมการมอบให้ สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่เกี่ยวกับภาษีกับบริษัทที่ต้องการจะให้มีการส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล : การลงทุนในประเภทอุตสาหกรรมที่ได้กำหนดไว้จะสามารถยกเว้นภาษีไปได้ถึง 8 ปี สำหรับ อุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อประเทศและเป็นประโยชน์ต่อประเทศนั้นจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เช่น จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงจำนวนทุนที่ลงทุนไป การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 หลังจากหมดช่วงเวลาการยกเว้นไปแล้ว หลังจากที่เริ่มมีการยกเว้นภาษีนิติบุคคลที่ได้กล่าวไว้ข้างบนแล้ว BOIจะอนุญาตลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้อีกร้อยละ 50 อากรขาเข้าเครื่องจักร : อาจมีการลดภาษีขาเข้าเครื่องจักร สำหรับอุตสาหกรรมบางประเภทและเป็นประเภทที่เป็นธุรกิจที่มีพื้นฐานการนำเข้าเครื่องจักรมากกว่าร้อยละ 10 ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการค้าภายในประเทศ การหักค่าใช้จ่ายภาษีซ้อนเกี่ยวกับการขนส่ง ,ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา : สำหรับราคาของสาธารณูปโภคต่างๆในภูมิภาคที่ด้อยพัฒนาในประเทศไทย การลดหย่อนภาษีในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของแผนงาน : ในอุตสาหกรรมเฉพาะ BOI จะให้สิทธิในการหักภาษีในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของกิจการจากกำไรสุทธิที่จะนำมาคำนวณภาษี การหักนี้ต้องทำภายใน 10 ปี ของรายได้ที่เกิดจากก่อตั้งโครงการ สิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษีอากร อนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาเพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน อนุญาตให้นำช่างฝีมือ และผู้ชำนาญการเข้ามาทำงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน อนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน อนุญาตให้ส่งออกซึ่งเงินตราต่างประเทศ หลักประกัน รัฐจะไม่โอนกิจการของผู้ที่ได้รับการส่งเสริมมาเป็นของรัฐ รัฐจะไม่ประกอบกิจการขึ้นใหม่แข่งขัน รัฐจะไม่ผูกขาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันกับผู้ที่ได้รับการส่งเสริม รัฐจะไม่ควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ของผู้ที่ได้รับการส่งเสริม รัฐจะอนุญาตให้ส่งออกเสมอไป รัฐจะไม่อนุญาตให้ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ นำผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกับที่ได้รับการส่งเสริมเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้า