คุณภาพและมาตรฐาน

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

แนวทางปฏิบัติของการบริหารกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน

    ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดมีช่วงเวลาที่จะนำเข้าตลาดที่แตกต่างกันออกไป โดยเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในตลาดซึ่งเรียกว่า “วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์” ซึ่งการเลือกใช้กลยุทธ์ก็แตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ของช่วงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยมี 4 ช่วงเวลา ดังต่อไปนี้

      1. ช่วงแนะนำ (Introduction) ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ยอดขายต่ำ เนื่องจากเป็นช่วงแรกที่ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดจึงยังไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าเท่าใดนัก แต่ในอีกมุมมองนึงก็เป็นช่วงที่คู่แข่งน้อยหรือไม่มีเลยจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดโดยเร็ว ซึ่งอาจจะใช้กลยุทธ์เน้นในด้านวิศวกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่น พัฒนาคุณภาพให้เต็มที่เพื่อเพิ่มจุดเด่นให้ผลิตภัณฑ์ พัฒนาฝีมือแรงงานเชิงเทคนิค ควบคุมปริมาณการผลิตไม่ให้มากเกินไปเพราะผลิตภัณฑ์ยังมียอดขายไม่สูงมาก สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าที่เข้ามา และระมัดระวังข้อบกพร่องต่างๆอันทำให้ลูกค้าบอกปากต่อปากซึ่งกรณีนี้อันตรายมากในช่วงเริ่มต้นเพราะอาจจะมีผลให้สินค้าไม่ได้เกิดในตลาดอีกเลย

      2. ช่วงเจริญเติบโต (Growth) เป็นช่วงที่ผลิตภัณฑ์ติดตลาด และมียอดขายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แน่นอนย่อมมีคู่แข่งเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นตามมา ดังนั้นกิจกรรมด้านส่งเสริมการตลาดมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้อย่างเช่น จัดโปรโมชั่น และโฆษณาให้เห็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างกำไรให้มากยิ่งขึ้นโดยลดความสูญเสียทางการผลิตซึ่งมีผลกับต้นทุน เพราะในช่วงนี้ราคาขายมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากมีคู่แข่งมากขึ้นจึงต้องมุ่งเน้นลดต้นทุนด้านการผลิต พยากรณ์ยอดขายเพื่อผลิตได้ตรงตามยอดขายไม่มีการผลิตมากจนเกินไปและพยายามอย่าลดคุณภาพลง และควรเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้ถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายที่สุด

      3. ช่วงอิ่มตัว (Maturity) เป็นช่วงที่ผลิตภัณฑ์มียอดขายสูงสุดแต่มีอัตราการเพิ่มของยอดขายช้าลงหรือคงที และคู่แข่งในตลาดมีมาก ควรใช้กลยุทธ์รักษาระดับการผลิต อย่าเพิ่งตัดสินใจลงทุนเพิ่มโดยไม่มีข้อมูลเชิงบวก หากสามารถลดราคาขายได้ก็จะเป็นการดีในการต่อสู้กับคู่แข่ง พยายามรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อดึดดูดความสนใจของลูกค้าจากเจ้าอื่น

      4. ช่วงลดลง (Decline) เป็นช่วงที่ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเนื่องมาจากสินค้าที่เป็นแฟชั่นหมดช่วงยอดนิยม หรือมีผลิตภัณฑ์อื่นเข้ามาทดแทน ซึ่งช่วงเวลานี้มีหลายธุรกิจลดขนาดหรือเลิกกิจการ หากเรายังต้องการรักษาธุรกิจไว้ควรที่จะเน้นกลยุทธ์ควบคุมต้นทุน ตัดทอนผลิตภัณฑ์ประเภทที่ไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการลงทุนเพิ่ม หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ใหม่