การปรับปรุงผลิต

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

เทคโนโลยี กับ บรรจุภัณฑ์ (ตอนที่ 2)

   การสูญเสียผลิตผลหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าเนื่องจากโรค การเปลี่ยนแปลงในคุณลักษณะของผักผลไม้จากการหายใจหรือสูญเสียน้ำ หรือจากการเกิดบาดแผลบนผิวของผลผลิต ได้เคยเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกมาแล้ว โดยในปี ค.ศ.๑๙๗๕ องค์การอาหารและเกษตร (FAO) แห่งสหประชาชาติ ได้ออกมารณรงค์และเรียกร้องให้หาทางลดการสูญเสียผลผลิต หลังการเก็บเกี่ยวภายในระยะเวลา ๑๐ ปี ทั้งนี้เนื่องจากการที่ประชากรโลกกำลังเพิ่มมากขึ้นในขณะที่พื้นที่ทำการเกษตรลดลง หากมีผลผลิตทางการเกษตรที่สูญเสียมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรโลกในการสนองตอบต่อการบริโภคของประชากร

   ภายหลังการเก็บเกี่ยวผักและผลไม้ จัดว่าผักและผลไม้ยังมีชีวิตอยู่ เพราะกระบวนการต่างๆ ทั้งทางกายภาพและชีวเคมียังคงดำเนินอยู่เช่นเดียวกับตอนที่ยังติดอยู่กับต้นหรือยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ดังนั้นผักและผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวจึงยังคงมีการหายใจต่อไป โดยการดูดเอาออกซิเจนเข้าไปแล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนออกมา ทำให้เกิดการคายน้ำและการสูญเสียน้ำหนัก ดังนั้นผักและผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวจึงต้องอาศัยอาหารที่สะสมไว้และความชื้นในเนื้อเยื่อที่มีอยู่ หากการสูญเสียอาหารและน้ำที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อของผลิตผลไม่ได้รับการชดเชย ก็จะทำให้เกิดการเน่าเสียขึ้น

   หนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว ก็คือ การพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ที่ใช้ในการบรรจุผลิตผลการเกษตร เพื่อยืดอายุผลิตผลให้นานมากขึ้น ด้วยการการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ และยอมให้ออกซิเจนผ่านไปในบรรจุภัณฑ์ หรือยอมให้คาร์บอนไดออกไซด์ผ่านออกจากบรรจุภัณฑ์ในอัตราส่วนที่พอเหมาะต่อการชลอการหายใจของผลิตผล ซึ่งก็คือบรรจุภัณฑ์ Active Packaging นั่นเอง หรืออาจกล่าวได้ว่า บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ เป็นนวัตกรรมการควบคุมองค์ประกอบของบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งโดยมากใช้สารประกอบเคมี ที่มีสมบัติพิเศษในการดูดหรือคายก๊าซบางชนิด ได้แก่ สารดูดออกซิเจน สารดูดเอทิลีน (เป็นก๊าซที่เกิดจากผลไม้ ทำให้ผลไม้สุก) สารดูดกลิ่น สารควบคุมความชื้น สารคายคาร์บอนไดออกไซด์ หรือสารยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์

เครดิตภาพ ซ้าย www.bakeryandsnacks.com บรรจุภัณฑ์ลดออกซิเจน

เครดิตภาพ ขวา www.interempresas.net บรรจุภัณฑ์ที่มีตัววัดอุณหภูมิ

 

   การพัฒนาให้เกิด Active Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์แอคทีฟนี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็น Preservation of The 21st Century โดยมีการประยุกต์ใช้ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศทางแถบยุโรป รวมทั้งประเทศไทยเอง ซึ่งในประเทศไทยนั้นได้มีการพัฒนาด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารและผลผลิตทางการเกษตรเพราะไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆที่มีการส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและผลไม้

   การพัฒนาของ บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ คือ การพัฒนาที่เกิดบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เน้นทางด้านความสะดวกสบายต่อผู้บริโภค ฉีกกฎบรรจุภัณฑ์แบบเดิมๆ ที่มีหน้าที่เพียงปกป้องสินค้า หรือมีแค่ความสวยงาม แต่บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุผลไม้หรืออาหารในบรรจุภัณฑ์นั้นเพื่อให้มีอายุในการรับประทานที่ยาวนานขึ้น และสามารถเก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้น

   ตัวอย่างของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ในแบบ Active Packaging ที่นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ชาวไทยได้คิดค้นขึ้น ก็คือ การคิดค้นบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะช่วยดูดกลิ่นทุเรียน ที่สามารถยืดอายุทุเรียนได้เป็นเวลานาน และยังสามารถดูดกลิ่นไม่ให้มีกลิ่นออกมา ด้วยการใช้ระบบแบบผสมผสาน นั่นคือการนำระบบบรรจุภัณฑ์แบบแอกทีฟ และ ระบบบรรจุภัณฑ์มาประยุกต์เข้าด้วยกัน เนื่องจากระบบบรรจุภัณฑ์แบบแอกทีฟมีความสามารถในด้านการยับยั้งการเกิดแบคทีเรีย (คือ ระบบบรรจุภัณฑ์แอคทีฟทำหน้าที่ดูดซับเอทิลีน (C2H4) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของกลิ่นทุเรียนที่ไม่พึงประสงค์ที่ประกอบด้วยถ่านชีวภาพ (biochar) และถ่านกัมมันต์ (activated carbon) โดยพัฒนาเป็นแผ่นดูดซับที่สามารถย่อยสลายได้เพื่อป้องกันการเกิดหายใจระดับเซลล์ (Anaerobic respiration) และภาวการณ์ย่อยของจุลินทรีย์ทำให้ทุเรียนคงความสดและความสุกรวมถึงยืดอายุการวางจำหน่าย (shelf-life)) ส่วนระบบอัจฉริยะนั้นจะช่วยในด้านการแสดงผลให้กับบรรจุภัณฑ์ มีฉลากบ่งชี้อายุการเก็บรักษา (Freshness Indicator) หรือ Shelf life indicator ที่สามารถตรวจสอบคุณภาพและความสดของทุเรียนจากเมตาโบไลท์ของผลิตภัณฑ์สดที่บรรจุ ฉลากบ่งชี้นี้จะช่วยบอกกับผู้บริโภคว่าทุเรียนสดภายในภาชนะนั้นยังคงมีคุณภาพพร้อมที่จะบริโภคและควรซื้อไปหรือไม่ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้จะสามารถเก็บรักษาทุเรียนได้เป็นเวลา ๔๕ วัน ทำให้สามารถเก็บรักษาทุเรียนมีความสดใหม่เทียบเท่ากับทุเรียนที่เพิ่งแกะออกจากเปลือกเลยทีเดียว บรรจุภัณฑ์นี้จึงช่วยสร้างตลาดใหม่ที่ทำให้สามารถสร้างตลาดใหม่ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับวิสาหกิจ

เครดิตภาพ www.konkidbuak.com // www.manager.co.th

 

   จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ให้สามารถเข้าถึงตลาดที่มีผลตอบแทนสูง หรือเป็นตลาดใหม่ๆที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ