การปรับปรุงผลิต

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

แนวทางการรับวัตถุดิบ

   สถานประกอบการขนาดเล็กโดยทั่วไปทั้งที่ผลิตหรือแบ่งบรรจุ มักจะไม่มีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบที่รับเข้ามาใช้งาน ส่วนใหญ่จะตรวจสอบเฉพาะจำนวนหรือปริมาณว่าตรงตามที่ชำระเงินหรือไม่เท่านั้น ทำให้เมื่อนำวัตถุดิบหรือวัสดุมาใช้ในการผลิต แล้วเกิดปัญหาสินค้ามีคุณภาพไม่เหมือนเดิม ผู้ประกอบการจะไม่ทราบสาเหตุว่ามาจากอะไร เพื่อลดความแปรปรวนทางด้านคุณภาพ ผู้ประกอบการจึงควรมีการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบก่อนนำไปใช้งาน ซึ่งแนวทางอย่างง่ายในการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบมีดังนี้

 

ขั้นตอนการรับแป้ง (ได้แก่ แป้งสาลี แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้า หรือแป้งข้าวเหนียว)

   1. เก็บแป้งตัวอย่าง 500 กรัม ร่อนผ่านตะแกรงร่อนแป้ง ต้องไม่มีหนอน มด แมลง และมอด หรือรังมอด

   2. ชั่งแป้ง 10 กรัม เติมน้ำเย็น 90 มล. คนให้เข้ากันดูความสะอาดต้องไม่มีสิ่งปลอมปน ดูสีต้องมีสีขาวปกติ ดมกลิ่นต้องไม่มีกลิ่นเหม็นอับหรือเหม็นสาบ นำไปอุ่นให้ร้อนด้วยอ่างน้ำร้อน วัดอุณหภูมิที่แป้งเริ่มใส จับเวลาและอุณหภูมิที่แป้งใสหมดทั้งบีกเกอร์ บันทึกเวลาและอุณหภูมิ

 

ขั้นตอนการรับข้าวสาร

   1. เก็บตัวอย่างข้าวมา 50 กรัม เกลี่ยในถาดดูสิ่งปลอมปน คัดแยกสิ่งปลอมปน เช่น หิน เปลือกไม้ ดอกหญ้า เม็ดเสียลีบ นำสิ่งปลอมปนแต่ละชนิดมาชั่งน้ำหนักทีละอย่าง แล้วคิดเป็น %ของสิ่งปลอมปนแต่ละชนิด และ %เม็ดเสีย

   2. ชั่งข้าวสาร 30 กรัม (บันทึกน้ำหนักข้าวรวมภาชนะ) ล้างข้าว 2-3 ครั้งจนน้ำใส รินน้ำออกให้หมดชั่งน้ำหนักข้าวรวมภาชนะหลังล้าง แล้วเติมน้ำลงไปให้ได้ 50 กรัม นำภาชนะที่ใส่ข้าวและน้ำลงในลังถึงที่มีน้ำต้มเดือดแล้ว ปิดฝาลังถึงจับเวลานึ่ง 40 นาที ทิ้งเย็น ชิมเนื้อสัมผัส เทียบกับข้าวที่ใช้อยู่ บันทึกผล

 

ขั้นตอนการรับน้ำตาลทราย หรือ เกลือ

   1. เก็บตัวอย่างมา 10 กรัม เติมน้ำเย็น 90 มล. คนให้เข้ากันดูความสะอาดต้องไม่มีสิ่งปลอมปน ดูสีต้องใส และดมกลิ่นต้องไม่มีกลิ่นผิดปกติ

 

ขั้นตอนการรับน้ำมันพืช

   1. เก็บตัวอย่างมา 50 กรัม ใส่ในบีกเกอร์หรือแก้วน้ำใสที่แห้งสนิท ให้ดูสีของน้ำมันต้องมีสีปกติไม่เข้มเกินไป ดมกลิ่นต้องไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นน้ำมันเก่า จากนั้นสังเกตดูต้องไม่มีหยดน้ำอยู่ที่ก้นแก้ว

 

ขั้นตอนการรับวัตถุดิบสดเช่น ผักสด หรือผลไม้สด

   1. เก็บตัวอย่าง 10 % จากของที่รับเข้า ตรวจดูความอ่อนแก่(อายุที่เก็บเกี่ยว) ของพืชผลต้องได้ตามที่ต้องการ เช่นดูว่าเป็นขิงแก่ หรือขิงอ่อน จากนั้นดูความสดใหม่ว่าวัตถุดิบสดหรือค่อนข้างแห้ง สำหรับวัตถุดิบที่ต้องการใช้กลิ่น จะต้องหั่นซอยเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อดมกลิ่น ดูสีต้องมีสีใกล้เคียงกับที่ใช้ประจำ สำหรับวัตถุดิบที่สามารถชิมรสชาติได้ให้ชิมรสชาติเทียบกับของเดิม ในการตรวจสอบจะต้องเปรียบเทียบคุณภาพระหว่างของเดิมที่ใช้อยู่กับของใหม่ที่รับเข้ามา

 

ขั้นตอนทดสอบชิมวัตถุดิบพวกเครื่องเทศและผงปรุงรส

ชนิดวัตถุดิบ น้ำหนักวัตถุดิบ ปริมาณน้ำร้อน การทดสอบ
เครื่องปรุงผง 1 กรัม 100 มล. - ดูการละลาย ดูสี ดูคราบไขมัน ดูตะกอน
- ดมกลิ่น
- ชิมรสชาติ
พริกไทยป่น 0.5 กรัม 100 มล. - ดูสี ดูตะกอน
- ดมกลิ่น
- ชิมรสชาติ
พริกขี้หนูป่น 0.1 กรัม 100 มล. - ดูสี ดูตะกอน
- ดมกลิ่น
- ชิมรสชาติ
กระเทียมผง 1 กรัม 100 มล. - ดูสี ดูตะกอน
- ดมกลิ่น
- ชิมรสชาติ
ผงแต่งกลิ่นสังเคราะห์ 1 กรัม 100 มล. - ดูการละลาย ดูสี ดูคราบไขมัน ดูตะกอน
- ดมกลิ่น
- ชิมรสชาติตอนร้อน ตอนอุ่น ตอนเย็น
ผงผสมอาหารแบบผง 0.01 กรัม 100 มล. - ดูการละลาย ดูสี ดูคราบไขมัน ดูตะกอน
- ดมกลิ่น
สีผสมอาหารแบบน้ำ 0.01 กรัม 100 มล. - ดูการละลาย ดูสี ดูคราบไขมัน
- ดมกลิ่น

 

ขั้นตอนการรับถุงหรือซองพลาสติก ชนิดฟิล์มหลายชั้น (Multi layer Film)

   1. สุ่มตัวอย่างสุ่มตัวอย่าง 100 ใบ

   2. หากมี เครื่องวัดความหนา (Thickness gage) ให้วัดความหนา ทีละด้านด้วย บันทึกความหนา

   3. หากไม่มีเครื่องวัดความหนา ให้นับถุงทีละ 10 ใบ มาชั่งน้ำหนัก บันทึกน้ำหนักทีละครั้งที่ชั่งได้

   4. ดูสี ดูการพิมพ์บนถุง ว่าถูกต้องและคมชัด

   5. ทดสอบฉีกตามรอยซีล เพื่อดูความแข็งแรงของรอยซีล

   6. ใช้คัตเตอร์กรีดถุงหรือซองให้เป็นรอยเล็กที่มุมถุง ลองแกะแยกชั้น หากสามารถแยกพลาสติกออกเป็น 2 ชั้นได้ตลอดความกว้างและฉีกต่อได้เป็นทางยาวตลอดไป ถือว่าเป็นถุงหรือซองที่มีข้อบกพร่องด้านการ laminate ระหว่างชั้นพลาสติก

   7. นำถุงหรือซองมาทดสอบซีล ด้วยเครื่องซีล ที่ระดับความร้อน.... นาน...วินาที(ตามระดับความร้อนและเวลาเดิมที่เคยใช้อยู่) โดยซีลแบบให้ภายในถุงมีลมป่อง ดูความสมบูรณ์ของรอยซีลโดยนำถุงไปกดในอ่างน้ำ ต้องไม่มีฟองอากาศออกจากถุงในทุกด้านของรอยซีล

 

ขั้นตอนการรับ Multi layer Film ชนิดม้วน

   1. สุ่มตัวอย่าง 10 % จากของที่รับเข้า เขียนเบอร์ในแต่ละม้วนที่นำมาตรวจสอบ

   2. ชั่งน้ำหนักทั้งม้วน (สอบถามน้ำหนักแกนจาก Supplier) หักน้ำหนักแกน บันทึกน้ำหนัก Film

   3. ดึง film ยาวประมาณ 1 เมตร ตัดออกมาทีละม้วน เขียนเบอร์ให้ตรงกัน

   4. วัดความหนาด้วยเครื่องวัดความหนา Thickness gage

   5. ดูสี ดูการพิมพ์บน film ว่าถูกต้องและคมชัด

   6. ตัดยาว 10 ซม. ชั่งน้ำหนักละเอียด ( ทศนิยม 4 ตำแหน่ง) บันทึก ทำให้ทราบว่า 1 เมตรหนักกี่กิโลกรัม

   7. ใช้คัตเตอร์กรีด film ให้เป็นรอยเล็กที่ปลายด้านใดด้านหนึ่ง ลองแกะแยกชั้น หากสามารถแยกชั้นได้ตลอดความกว้างและฉีกต่อได้เป็นทางยาวเกิน 20 ซม. ถือว่าเป็น film ที่มีข้อบกพร่องด้านการ laminate ระหว่างชั้นพลาสติก

   8. นำ film ที่เหลือมาทดสอบซีล ด้วยเครื่องซีลที่ระดับความร้อน.... นาน...วินาที (ตามระดับความร้อนและเวลาเดิมที่เคยใช้อยู่) ดูความแข็งแรงของรอยซีลโดยดึงแยกตามรอยซีลว่าแยกได้ยากหรือง่าย โดยเทียบกับของเดิมที่ใช้อยู่

 

ขั้นตอนการรับกล่องลูกฟูก

   1. สุ่มตัวอย่างสุ่มตัวอย่าง 10 % ของสินค้าที่รับเข้า

   2. ชั่งน้ำหนัก / มัด จดบันทึก

   3. ชั่งน้ำหนัก / ใบ จดบันทึก

   4. ดูสี ดูการพิมพ์บนกล่องว่าถูกต้องและคมชัด

   5. วัดขนาดกล่องตามมาตรฐานของแต่ละ Supplier เช่น

     - การวัดค่าแบบ Score line โดยฉีกกล่องออก พับตามรอยพับด้านกว้าง ด้านยาว และด้านสูง จากนั้นวัดขนาดตามแนวกึ่งกลางรอยพับจากด้านชนด้าน ได้เป็นความยาว ความกว้าง และความสูง

     - การวัดค่าแบบ Outside dimension ขึ้นรูปกล่อง วัดขนาดกล่องด้านนอก ที่ตัวกล่องแบบด้านชนด้าน และบาง supplier จะขึ้นรูปกล่องโดย ด้านกว้าง ด้านยาว ให้วัดที่ฝา ส่วนความสูงวัดที่ตัวกล่อง

   * ในการวัดขนาดควรสอบถามวิธีการวัดจากผู้ขายกล่องให้เรา แต่ในทางปฏิบัติที่สะดวกที่สุดคือ การวัดด้านนอกกล่อง โดยวัดด้านกว้าง ความยาว และความสูง ที่ตัวกล่อง และจดบันทึก

   6. วัดความกว้างของชิ้นรอยต่อกล่องที่อยู่ด้านในกล่อง เพื่อดูความแข็งแรงของรอยต่อกล่อง

   7. ทดลองขึ้นรูปกล่องและทดลองบรรจุของ ต้องบรรจุและปิดฝากล่องได้พอดี