การปรับปรุงผลิต

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การปรับปรุงสินค้าเดิมให้สอดคล้องกับยุคสมัย

   เมื่อกิจการนำสินค้าออกสู่ตลาดได้ระยะเวลาหนึ่ง จะสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยปกติสินค้าที่สามารถผ่านขั้นตอนแนะนำสินค้าเข้าตลาดไปได้แล้วจะมีอนาคตที่สดใส เพียงแต่ระยะเวลาของการอยู่ในแต่ละช่วงวงจรชีวิตสินค้าจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น จำนวนคู่แข่งในตลาด ประเภทของสินค้า แนวโน้มเทคโนโลยี สภาพสังคม เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนให้กิจการรู้ว่าควรจะปรับปรุงพัฒนา หรือยกเลิกสินค้านั้นๆหรือไม่ โดยพิจารณาได้จากปัจจัยดังนี้

     1. การลดลงของยอดขายอย่างต่อเนื่อง ถ้าข้อมูลการขายของสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาแล้ว พบว่าเกิดจากตัวสินค้านั้นๆ ย่อมเป็นเหตุผลของการยกเลิกสินค้าได้

     2. กำไรของสินค้าตัวนั้นลดลงต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่กิจการต้องลดราคาขายลง เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ หรือมีสาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

     3. การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมที่ทำให้ความต้องการสินค้าน้อยลง เช่น การออกฎหมายที่เกี่ยว ข้องกับการบริโภคสินค้าที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หรือจำนวนเด็กเกิดใหม่มีอัตราลดลง หรือกระแสความนิยมอาหารสุขภาพ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า

     4. สินค้าที่ผลิตออกมามีข้อบกพร่อง หรือเกิดความผิดพลาดในการผลิตจนไม่สามารถแก้ไขได้ จำเป็นจะต้องนำสินค้านั้นออกจากตลาด เพราะหากยังผลิตต่อไปมีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหาย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสินค้าอื่นของกิจการด้วย เช่น สมาร์ทโฟนบางรุ่นที่มีปัญหาแบตเตอรีระเบิด จนต้องหยุดผลิตและเรียกคืนสินค้า

     5. ความล้าสมัยของสินค้า มีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี หรือคู่แข่งมีการพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพหรือเทคโนโลยีสูงกว่า เช่น ยกเลิกการผลิตแผ่นดิสก์ หรือยกเลิกการผลิตกล้องแบบใช้ฟิล์มและฟิล์มสำหรับถ่ายรูป เป็นต้น

   เมื่อกิจการต้องการยืดวงจรชีวิตของสินค้าให้มีอายุอยู่ในตลาดได้ยาวนานยิ่งขึ้น กิจการจะต้องปรับปรุงพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องยุคสมัย โดยสามารถทำได้หลายวิธีการดังนี้

     1. ปรับปรุงคุณภาพสินค้าในด้านต่างๆเล็กน้อย เพื่อให้มีความทันสมัย หรือมีลูกเล่นที่สามารถดึงดูดใจลูกค้าได้ เช่น สินค้าพวกอาหารมีการออกรสชาติใหม่ หรือกลิ่นใหม่ หรือสินค้ารถยนต์ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปทรงเล็กน้อย เพื่อให้ดูทันสมัยหรือโฉบเฉี่ยวมากขึ้น

     2. การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม หรือให้มีความสะดวกในการขนส่ง หรือให้มีความสะดวกในการใช้งานของผู้บริโภค หรือให้มีความโดดเด่นป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ เช่นในช่วงเทศกาลปีใหม่มีการจัดรวมชุดสินค้าเป็นกระเช้าของขวัญ หรือออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เป็นกล่องหิ้วได้ในตัวเหมาะเป็นของฝาก ของกำนัล หรือออกแบบเป็นกล่องรวมชุดครบทุกรสชาติหรือทุกกลิ่น หรือบรรจุภัณฑ์น้ำอัดลมที่มีหลอดดูดในขวด เมื่อเปิดฝาขวดหลอดจะถูกดันขึ้นมา

     3. ปรับปรุงเพื่อลดต้นทุนการผลิต เป็นการปรับปรุงในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดสูญเสียในการผลิต หรือการลดขั้นตอนการทำงานทำให้ส่งมอบสินค้าได้เร็วขึ้น เพื่อให้ต้นทุนรวมของสินค้าลดลง และกิจการมีกำไรมากขึ้น หรือทำให้กิจการมีเงินไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดได้มากขึ้น

     4. ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าใหม่ที่ใกล้เคียงสินค้าเดิม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าเดิม และเป็นการปกป้องลูกค้าจากคู่แข่งขัน เช่น สินค้าเดิมเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรไทย เช่น น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย น้ำอัญชัน น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำใบบัวบก เพื่อแตกไลน์สินค้าใหม่จึงได้พัฒนาสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพรจีน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำจับเลี้ยง น้ำหล่อฮั้งก๊วย

     5. ปรับปรุงขนาดบรรจุ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง ให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่นขนาดใหญ่จัมโบ้สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือขนาดเล็กสำหรับผู้อยู่คนเดียว

     6. ปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือประโยชน์การใช้งานให้มากขึ้น พัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ที่มีประโยชน์การใช้งานที่หลากหลายครบวงจรมากขึ้น เช่น ครีมบำรุงผิวกลางวันที่เป็นรองพื้นและกันแดดในตัว หรือครีมอาบน้ำที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงได้ หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูปที่เพิ่มวิตามินรวมและแร่ธาตุ ทำให้ผุ้บริโภคได้รับสารอาหารครบถ้วน หรือกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่ถ่ายภาพ วิดีโอ บันทึกเสียงได้ และสามารถตกแต่งภาพได้

     7. ปรับปรุงให้มีรูปทรง หรือฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัยมากขึ้น หรือประมวลผลได้เร็วขึ้น เช่นในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี ได้แก่ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

   ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายย่อย อาจจะรู้สึกว่าเรื่องการปรับปรุงพัฒนาสินค้าเป็นเรื่องไกลตัว เหมาะที่จะใช้กับกิจการขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เพราะการปรับปรุงพัฒนาสินค้าไม่เกี่ยวกับขนาดของกิจการ แต่เป็นมุมมองของเจ้าของกิจการที่ต้องการปรับปรุงตนเอง ปรับปรุงองค์กร และปรับปรุงสินค้าของตนเองให้ไม่หยุดนิ่ง ต้องการเป็นองค์กรที่มีนวัตกรรม โดยเฉพาะในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และในสภาพการดำเนินธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง

   การปรับปรุงพัฒนาสินค้า ผู้ประกอบการสามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับสินค้า และกิจการของตัวเอง สำหรับกิจการขนาดเล็กควรเลือกวิธีการในการปรับปรุงสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อความมั่นใจผู้ประกอบการอาจจะทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคก่อนการปรับปรุง โดยนำเอาความคิดและตความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นแนวทางในการปรับปรุง