การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

สิ่งที่ต้องรู้ ในการทำร้านอาหารออนไลน์

   ณ ปัจจุบัน มีผู้ที่สนใจทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์ (Social Food) เป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะทำให้ธุรกิจ Social Food ให้ประสบความสำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่มีคู่แข่งอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างไรนั้น ผู้ประกอบการควรรู้ถึง 5 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และ 7 ความล้มเหลวที่มีผลต่อธุรกิจ Social Food ดังนี้

   สำหรับการทำธุรกิจขายอาหารบนโซเชียลมีเดีย แบบไม่มีหน้าร้าน หรือที่เรียกว่า Social Food ถือเป็นเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองในขณะนี้ อาจารย์พันธุ์ทิตต์ ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ที่สนใจทำธุรกิจรูปดังกล่าวเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะทำให้ธุรกิจ Social Food ประสบความสำเร็จท่ามกลางการแข่งขันที่มีคู่แข่งอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการต้องรู้ถึง “5 ปัจจัยความสำเร็จ” และ “7 ความล้มเหลว” ดังต่อไปนี้

5 ปัจจัยความสำเร็จในการทำธุรกิจ Social Food

   1. มีเทคนิคการเล่าเรื่องที่ดี เรื่องราวต้องสดใหม่ ทันสถานการณ์ในแต่ละวัน เพราะจะทำให้ผู้ติดตามเพจของคุณรู้สึกมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น

   2. ใช้เครื่องมือ Facebook Live หรือ Instagram Live ให้เป็นประโยชน์ เพราะนั่นคือ เครื่องมือจำเป็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์คลั่งไคล้อยู่ในขณะนี้

   3. เชื่อเถอะว่า ในปี 2017 ความถี่ในการโพสต์ จะกลายมาเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ขณะที่เรื่องเล่าที่ปังและน่าสนใจ ชาวโซเชียลจะติดตาม และแบ่งปันเรื่องของคุณอย่างล้นหลาม แม้เพจของคุณจะมีจำนวนโพสต์ไม่มากก็ตาม

   4. ร้านค้าออนไลน์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยส่วนใหญ่มักเป็นเพราะการขาด Social Relations หรือการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเพจได้ดีพอ ด้วยเหตุนี้ การสื่อสารและโต้ตอบลูกค้าได้รวดเร็วและทันท่วงที ลูกค้าไม่ต้องรอนาน จะทำให้ร้านคุณสอบผ่านและปิดการซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

   5. ในขณะที่ Instagram For Business จะเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในปี 2017 นี้ วันนี้จึงเป็นเวลาที่ดีในการจับจองพื้นที่ให้ได้ก่อนใคร ท่องไว้ว่าถ้าคุณยังช้า อาจเสียทำเลออนไลน์ที่ดีอย่าง “ชื่อร้าน” ไปอย่างน่าเสียดาย

7 ความล้มเหลวที่ผู้ทำธุรกิจ Social Food ควรรู้

   1. โพสต์คอนเทนต์ที่ไม่น่าสนใจ

   2. ขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีจุดเด่นที่แตกต่าง

   3. ไม่มีโปรโมชั่น

   4. ไม่ตอบสนองลูกค้า หรือ ตอบสนองช้าเกินไป

   5. ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจ

   6. ผู้ดูแล หรือ แอดมิน ไม่รู้จักการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือต่างๆ ในโซเชียล

   7. ผู้บริหาร หรือ เจ้าของร้านใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คไม่เป็น