การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ สร้างการจดจำแหล่งท่องเที่ยว (ตอนที่ 3)

    การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัฒนธรรมประจำถิ่น (Local Culture) เช่น วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกินอย่างอาหารหลักของชาวอีสาน คือ ข้าวเหนียว ส่วนอาหารจานหลักเกี่ยวกับข้าวเหนียว ก็คือ ปลาร้า ซึ่ง เป็นปลาที่นำมาหมักกับเกลือ และรำหรือข้าวคั่ว นำมาปรุงเป็นอาหารประเภทต่างๆ เช่น น้ำพริก ปลาร้า ข้าวจี่ ผัดหมี่โคราช แกงอ่อม เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมประจำถิ่นเหล่านี้ แม้จะไม่ระบุแหล่งที่มา แต่ก็จะเป็นที่รับรู้กันว่า ของฝากที่จะสามารถหาได้จากแหล่งท่องเที่ยวในแถบภาคอีสาน ก็คือผลิตภัณฑ์จากอาหารการกินเหล่านี้นั่นเอง ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่จะช่วยสร้างการจดจำแหล่งท่องเที่ยวในภาคอีสาน มักจะเป็นการเน้นย้ำความเป็นวัฒนธรรมประจำถิ่นให้ปรากฎอย่างเด่นชัด เช่น ผัดหมี่โคราช ไม่ว่าจะมียี่ห้อใดก็ตาม หากได้ระบุว่าเป็นหมี่โคราชแล้ว ก็จะเป็นของฝากจากจังหวัดโคราชอย่างแน่นอน ซึ่งผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่สร้างการจดจำแหล่งท่องเที่ยวเช่นนี้ จะเป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างการเป็นของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวที่มีจุดมุ่งหมายส่วนหนึ่งเพื่อการบริโภคผลิตภัณฑ์เมื่อถึงยังจุดหมายปลายทาง

    วัฒนธรรมประจำถิ่น หรือ local culture เหล่านี้ มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ได้แก่

      - วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีและพิธีกรรม ตัวอย่างเช่น ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อ ซึ่งมาจากทางศาสนาพราหมณ์ โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเข้ามาในภายหลัง โดยวันสารทนี้ เป็นวันที่ถือเป็นคติ และเชื่อสืบกันมาว่า ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีโอกาส ได้กลับมารับส่วนบุญ จากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น จึงมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไปให้ญาติในวันนี้ และเชื่อว่า หากทำบุญในวันนี้ไปให้ญาติแล้ว ญาติจะได้รับส่วนบุญได้เต็มที่ และมีโอกาสหมดหนี้กรรม และได้ไปเกิดหรือมีความสุข อาจกล่าวได้ว่า ประเพณีสารทเดือนสิบ มีจุดมุ่งหมายสำคัญ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ ซึ่งได้รับการปล่อยตัวมาจากนรก ที่ตนต้องจองจำอยู่ เนื่องจากผลกรรมที่ตนได้เคยทำไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัวจากนรกในทุกวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๐ เพื่อมายังโลกมนุษย์ โดยมีจุดประสงค์ในการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง ที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยังนรก ในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ช่วงระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรม ของประเพณีสารทเดือนสิบ จะมีขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำ ถึงแรม ๑๕ ค่ำเดือนสิบของทุกปี แต่สำหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทำบุญกันมากคือ วันแรม ๑๓-๑๕ ค่ำ ประเพณีวันสารทเดือนสิบโดยในส่วนใหญ่แล้ว จะตรงกับเดือนกันยายน

      ประเพณีปฏิบัติสำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ ก็คือก่อนวันงาน ชาวบ้านจะทำขนมที่เรียกว่า “กระยาสารท” และขนมอื่นๆ แล้วแต่ความนิยมของแต่ละท้องถิ่น ในวันงานชาวบ้านจัดแจงนำข้าวปลาอาหารและข้าวกระยาสารทไปทำบุญตักบาตรที่วัดประจำหมู่บ้าน ทายก ทายิกาไปถือศีล เข้าวัด ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีล นำข้าวกระยาสารท หรือขนมอื่น ไปฝากซึ่งกันและกัน ยังบ้านใกล้เรือนเคียง หรือหมู่ญาติมิตรที่อยู่บ้านไกล หรือถามข่าวคราวเยี่ยมเยือนกัน บางท้องถิ่นทำขนม สำหรับบูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม่พระโพสพ ผีนา ผีไร่ด้วย เมื่อถวายพระสงฆ์เสร็จแล้ว ก็นำไปบูชาตามไร่นา โดยวางตามกิ่งไม้ต้นไม้ หรือที่จัดไว้เพื่อการนั้นโดยเฉพาะ

      จากประเพณีสารทเดือนสิบ ได้ผูกโยงมาถึงเรื่องของอาหารและขนมที่ได้ทำขึ้นตามประเพณีในงานบุญ อย่างเช่น ขนมเดือนสิบ มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทน เรือ แพ ที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ เหตุเพราะขนมพองนั้น แผ่ดังแพ มีน้ำหนักเบา ย่อมลอยน้ำ และขี่ข้ามได้ ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทน แพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม เหตุเพราะขนมลา มีรูปทรงดังผ้าถักทอ พับ แผ่ เป็นผืนได้ ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า สำหรับใช้เล่นต้อนรับสงกรานต์ เหตุเพราะขนมบ้า มีรูปทรงคล้ายลูกสะบ้า ในการละเล่นที่นิยมในสมัยก่อน ขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์แทน เงิน เบี้ย สำหรับใชัสอย เหตุเพราะรูปทรงของขนม คล้ายเบี้ยหอย ขนมกง (ไข่ปลา) เป็นสัญลักษณ์แทน เครื่องประดับ เหตุเพราะรูปทรงมีลักษณะ คล้ายกำไล แหวน

      ขนมเหล่านี้ แม้จะหาทานได้ในช่วงเวลาอื่นๆ แต่ทว่าในช่วงประเพณีสารทเดือนสิบก็จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ และในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนารูปแบบและการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น ก็จะเป็นขนมที่ผู้ไปร่วมประเพณีงานบุญ ซื้อหากลับมาเป็นของฝากได้ด้วย นอกจากนี้ ขนมเหล่านี้ก็ยังได้รับการพัฒนาในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะต่อการเป็นของฝาก/ของที่ระลึก (ใส่ถุงหรือกล่องให้พกพา หรือนำกลับมาเป็นของฝากได้) และพัฒนาในเรื่องของตราสินค้า (ระบุตราสินค้า ที่มีรายละเอียดสินค้า เบอร์โทรศัพท์) เพื่อให้สามารถติดต่อเพื่อสั่งซื้อเพิ่มเติมหรือจดจำได้ว่าเป็นสินค้าตรายี่ห้อใด เพิ่มความสะดวกในการซื้อซ้ำหรือบอกต่อได้

      - วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีความเป็นอยู่ เช่น ความนิยมในการเลี้ยงนกของคนใต้ที่มีมาแต่สมัยโบราณ คนใต้หรือชาวปักษ์ใต้นิยมเลี้ยงนก ๒ ชนิด ไว้ประจำบ้าน คือ นกเขาชวา (นกเขาเล็ก) และนกกรงหัวจุก (ปรอดหัวโขน) ทั้งนี้ เพื่อเอาไว้ฟังเสียงที่ไพเราะ เพื่อสร้างความสุขใจเพลิดเพลิน เพื่อดูเล่นแก้รำคาญเป็นงานอดิเรก อีกทั้งเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาในสังคม เพราะมีเพื่อนมากถือเป็นสิริมงคลโชคลาภตามรสนิยมและความเชื่อของท้องถิ่นด้วย ยิ่งปัจจุบันนกมีราคาแพงยิ่งกลายเป็นของล้ำค่ามีราคา โดยเฉพาะนกที่เคยชนะการประกวดซึ่งมีเป็นประจำเกือบทุกปี

      ซึ่งวัฒนธรรมของการเลี้ยงนกนี้ ได้ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ “ผลิตภัณฑ์กรงนก” เพื่อตอบสนองความต้องการของคนเลี้ยงนกของคนใต้ และในปัจจุบันได้มีการประยุกต์ ดัดแปลง ในผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ๆ เช่น นำมาเป็นของประดับบ้าน นำมาเป็นรูปทรงของเครื่องเสียง นำมาเป็นรูปทรงของตู้หรือกล่องสำหรับเก็บเครื่องประดับ รวมถึงการนำเอา อัตลักษณ์บางอย่างมาใช้ร่วมกับงานออกแบบเพื่อสะท้อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ/หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ระลึกของภาคใต้

เครดิตภาพ FB Creative South, เครดิตภาพ FB Creative South, เครดิตภาพ www.fatonionline.com

 

      - วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกิน ตัวอย่างเช่น ข้าวยำ เป็นอาหารจานเดียวของภาคใต้ ที่ได้รับความนิยมและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ที่ต้องไม่พลาดเมื่อไปเยี่ยมเยือนจังหวัดในแถบภาคใต้ มีเครื่องปรุงสำคัญคือ ข้าวสวย น้ำบูดูหวาน และผักเครื่องปรุงประกอบต่างๆ นำมาคลุกเคล้าหรือ “ยำ” ให้ผสมเข้ากันแล้วจึงรับประทาน น้ำข้าวยำ (น้ำบูดูหวาน) คือ น้ำราดที่ผสมปรุงแต่งจากน้ำบูดูขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ มีรสต่างไปจากน้ำบูดูน้ำข้นที่ขายตามท้องตลาดมีวิธีทำคือ เอาน้ำบูดูมาต้มให้สุกแล้วใส่น้ำตาลโตนดจนน้ำบูดูมีรสหวาน หั่นหอม ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ลงไปเพื่อให้น้ำบูดูมีกลิ่นหอมหวาน จากนั้นต้มเคี่ยวให้นานจนได้รสกลมกล่อมมีกลิ่นหอมชวนกินตามต้องการ ถ้าชิมดูแล้วมีรสเค็มเกินไปก็ต้องเพิ่มน้ำตาล ข้าวยำสามารถจัดให้สวยงามได้ โดยผักเหมือนมีสีต่างๆ กัน ทำให้น่ารับประทาน ข้าวยำใช้ผักทุกอย่างที่เป็นสมุนไพรช่วยขับลม เป็นอาหารที่มีคุณค่าอาหารสูงแต่ราคาถูก

    ข้าวยำยุคใหม่ยังมีการเพิ่มรสชาติและสีสันต่างๆ ลงไปเพิ่มอีก เช่นเส้นหมี่ ข้าวตัง ฯลฯ ส่วนข้าวยำทางปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นิยมใช้ใบยอตำให้ละเอียดแล้วคั่นเอาแต่น้ำใส่ลงไปในข้าวที่จะหุงด้วย ดังนั้นข้าวเมื่อสุกแล้วจะมีสีคล้ำอย่างสีน้ำใบยอแปลกออกไป ส่วนเครื่องปรุงก็จะคล้ายกับทางสงขลา สำหรับข้าวยำทางสุราษฎร์ธานีมีแปลกออกไปอีกเรียก “ข้าวยำทรงเครื่อง” เนื่องจากมีวิธีปรุงรสแตกต่างออกไป โดยปรุงเครื่องทีเดียวหมดทั้งหม้อข้าวแล้วตักแจกเป็นจานๆ ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นในการทำข้าวยำ เพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ให้สามารถนำมาเป็นของฝาก

เครดิตภาพ ภาพจากอินเตอร์เน็ต สืบค้นโดยกูเกิ้ล

 

ออกแบบโดย พัชราภรณ์ ไทยอาจ

 

    ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้วัฒนธรรมประจำถิ่นเช่นนี้ จะเป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างการเป็นของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวที่มีจุดมุ่งหมายส่วนหนึ่งเพื่อการบริโภคผลิตภัณฑ์เมื่อถึงยังจุดหมายปลายทาง หรือการท่องเที่ยวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเข้าถึงแหล่งในการหาซื้อสินค้าพื้นบ้านดั้งเดิม เป็นเสน่ห์ที่ช่วยสร้างการจดจำแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมกัน