การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การตลาดตามฤดูกาล

   กลยุทธ์การขายของตามฤดูกาล (Seasonal Marketing Strategy) หมายถึง การตลาดตามฤดูกาลจริงๆ (ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิ) และการตลาดตามเทศกาลต่างๆ ด้วยการกระตุ้นยอดขายสินค้าจากเทศกาลมาทำการตลาดเชิงรุก

กลยุทธ์การตลาดตามฤดูกาลที่จะนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราได้แก่

   1. Product เลือกสินค้าให้เหมาะกับฤดูกาล ในแต่ละช่วงเวลา ปริมาณความต้องการของสินค้าจะแตกต่างกัน

     - ประเทศไทยที่มีหน้าร้อนและหน้าร้อนสุดๆ สินค้าที่จะขายดีคือ เครื่องดื่มเย็นๆ น้ำแข็ง ไอศกรีม หรือผ้าเย็นไว้ดับความร้อน ครีมหรือโลชั่นกันแดด ในช่วงหน้าร้อนที่เด็กนักเรียนปิดภาคเรียน สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น การเรียนพิเศษ การเรียนดนตรี การเรียนศิลปะ การเรียนกีฬาชนิดต่างๆ การท่องเที่ยว หรือแม้แต่การขายสัตว์เลี้ยง พอปลายหน้าร้อนที่เด็กนักเรียนเปิดเทอมขึ้นชั้นเรียนใหม่ สินค้าที่จำเป็นได้แก่ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน

     - ในหน้าฝน สิ่งที่จำเป็นในหน้าฝนได้แก่ร่ม เสื้อกันฝน รองเท้าบู๊ท ในหน้าฝนที่มักเกิดน้ำท่วม ทำให้ผู้บริโภคต้องเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วม สิ่งที่ต้องการเป็นพิเศษได้แก่ เครื่องปั้มน้ำ กระสอบทราย อิฐ ปูน นอกจากนี้ในหน้าฝนคนจะเป็นหวัดได้ง่าย ยาแก้ไขหวัด หรือโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งจำเป็น

     - ในหน้าหนาว แม้ประเทศไทยจะฤดูหน้าสั้นมาก และมีอากาศหนาวเย็นเฉพาะในพื้นที่จำกัด แต่เมื่อเริ่มมีลมหนาวเข้ามาผู้คนก็จะตื่นเต้นออกไปหาซื้อเสื้อผ้า หรือเครื่องกันหนาวกัน หน้าหนาวคนจะผิวแห้งโลชั่นทาผิว หรือลิปปาล์ม จะขายดี

   2. Price ปรับราคาสินค้าให้เหมาะกับช่วงเวลา เช่นในช่วงเวลาใกล้เปิดเทอม พ่อแม่จะต้องเตรียมเงินไว้เป็นค่าเทอม และค่าใช้จ่ายอื่นๆของลูก มักจะประหยัดเงินมาก ใช้จ่ายเฉพาะสินค้าที่จำเป็นจริงๆ สินค้าที่จะขายในช่วงเวลานี้ ควรเป็นสินค้าราคาประหยัด สินค้าขนาดเล็กลง หรือเอาสินค้าที่ค้างสต็อกมาขายในราคาถูก แต่ในช่วงปลายปีที่เป็นช่วงได้รับโบนัส และปรับขึ้นเงินเดือน ผู้คนมีกำลังซื้อและอยู่ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ที่คนมีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย มักจะซื้อสินค้าโดยไม่คิดมาก

   3. Place เลือกสถานที่ขายให้เหมาะกับช่วงเวลา ในช่วงหน้าร้อนผู้คนมักจะไปหลบร้อนตามห้างสรรพสินค้า หน้าฝนช่วงฝนตก คนจะไม่ค่อยไปเดินตลาดกลางแจ้งเพราะกลัวเปียก หรือในช่วงหน้าหนาวที่มีอากาศเย็น ผู้คนชอบใช้ชีวิต หรือดื่ม กิน กลางแจ้ง และในหน้าหนาวที่มีดอกไม้สวยงาม ทำให้คนนิยมไปท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวจึงเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าที่ดี

   4. Promotion การจัดโปรโมชั่นควรที่จะเข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้า เช่น หน้าร้อนเราควรลดราคาเครื่องปรับอากาศ หน้าหนาวควรลดราคาเครื่องทำน้ำอุ่น

   นอกจากการตลาดตามฤดูกาลจริงๆ ยังมีการตลาดตามเทศกาลต่างๆอีกด้วย สำหรับเมืองไทยเรานิยมทำการตลาดตามเทศกาลกันมาก เราลองมากางปฏิทินดูกันเลยว่าทั้งปี มีงานเทศกาลอะไรบ้าง

เดือน เทศกาลสำคัญ
มกราคม 1.วันเด็ก
2.วันตรุษจีน (ซึ่งแต่ละปีไม่ตรงกัน อยู่ระหว่างปลายเดือนม.ค. – กลางเดือนก.พ.)
กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์
เมษายน 1.มีวันสงกรานต์
2.วันครอบครัว
สิงหาคม วันแม่
ตุลาคม วันฮาโลวีน
พฤศจิกายน วันลอยกระทง
ธันวาคม 1.วันพ่อ
2.วันคริสต์มาส
3.วันปีใหม่

   นอกจากเทศกาลสำคัญประจำปีของบ้านเราแล้ว มาดู Big Event ระดับโลก ที่ถือว่าเป็นเทศกาลยักษ์ใหญ่ ที่ทุกประเทศต้องโหนกระแสการตลาดไปด้วย ได้แก่

     1. ฟุตบอลโลก (World Cup) จัดทุกๆ 4 ปี

     2. ฟุตบอลยุโรป (European Football Championship) จัดทุกๆ 4 ปี

     3. โอลิมปิก (Olympic) จัดทุกๆ 4 ปี

     4. ออสการ์ (Oscar) จัดทุกปี เป็นงานประกาศผลรางวัลในด้านการแสดงต่างๆ ระดับโลก

   นอกเหนือจากงานเทศกาลใหญ่ระดับโลกแล้ว ในบ้านเราก็มีงานเทศกาลหรืองานประเพณีท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงที่จัดเป็นประจำทุกปี เช่นงานประเพณีผีตาโขน จังหวัดเลย , งานประเพณีถือศีล กินผัก จังหวัดภูเก็ต , งานประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี, งานประกวดนางนพมาศ อ.พระปะแดง หรืองานกาชาดทุกจังหวัดทั่วประเทศ , งานแสดงสินค้า OTOP Mid year , End year

   จะเห็นได้ว่าถ้าเรากางปฏิทินดู แล้ววางแผนการจัดกิจกรรมทางการตลาดประจำปี ให้สอดคล้องกับเทศกาลตลอดทั้งปี ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะใช้กลยุทธ์การส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดตามฤดูกาล ช่วยทำให้มีกิจกรรมดีๆ เกิดได้ตลอดทั้งปี โดยที่เราไม่ต้องออกแรงสร้างแรงจูงใจลูกค้ามากนัก เพราะการซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลลูกค้ามีความต้องการซื้อ และมีอารมณ์ที่พร้อมจับจ่ายใช้เงินอยู่แล้ว เช่น ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ ใครๆก็ซื้อดอกกุหลาบ หรือช็อคโกแลตให้กัน ในช่วงสงกรานต์ที่คนกลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด ต้องมีของฝากติดมือกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าฝากผู้เฒ่าผู้แก่ ของเล่นเด็กฝากลูกหลาน เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงขนมก็ยังเป็นของฝากยอดฮิต ในขณะที่คนเมืองจะพาครอบครัวไปทานข้าวนอกบ้าน เพราะเป็นวันครอบครัว เป็นวันรวมญาติพร้อมหน้าพร้อมตากัน

   จะเห็นได้ว่าการตลาดตามฤดูกาลเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆก็ทำได้ เมื่อทำแล้วได้ผลดี ปีหน้าก็ทำอีก ทำต่อเนื่องไปทุกปีจนกิจการหรือแบรนด์ของเราเป็นโลโก้คู่เทศกาลนั้นไปเลย