การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การสื่อสารการตลาดสำหรับ_SME

   การทำการตลาดยุคใหม่ผู้ประกอบการ จะต้องให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์มากขึ้น โดยมุ่งสร้างความจงรักภัคดีต่อแบรนด์สินค้า ใช้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน และการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อให้สินค้าและแบรนด์อยู่ในใจลูกค้าเป้าหมาย

   การสื่อสารการตลาดคือ รูปแบบของการสื่อสารที่มีผู้ส่งสารคือ ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายสินค้า ทำการส่งข่าวสารในรูปแบบต่างๆผ่านช่องทางการสื่อสารไปยังผู้รับข่าวสาร ซึ่งก็คือลูกค้าเป้าหมายของผู้ส่งสาร

   การใช้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน เป็นใช้เครื่องมือสื่อสารการตลาดหลายเครื่องมือร่วมกันโดยใช้โฆษณาเป็นหลัก แล้วตามด้วยการส่งเสริมการขาย และการประชาสัมพันธ์เป็นตัวเสริม เพื่อให้เกิดพลังในการโน้มน้าวและดึงดูดใจลูกค้าเป้าหมาย โดยมีหลักการดังนี้

     1. เริ่มต้นที่ลูกค้าเป้าหมาย ก่อนอื่นเราจะต้องหาลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารให้เจอเสียก่อน เพื่อจะทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายของเรา เข้าใจว่าเราจะสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร ผ่านช่องทางไหน เวลาใด ด้วยรูปแบบใดเพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายเข้าใจ

     2. เลือกใช้เครื่องมือสื่อสารที่เหมาะสมกับสินค้าและลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเทคโนโลยี ทำให้การใช้ช่องทางสื่อสารและรูปแบบการสื่อสารต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยให้เหมาะสม ที่สามารถเข้าถึงตัวลูกค้าเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง ถูกใจ ถูกเวลา

     3. สื่อสารด้วยข้อความหลักเพียงเรื่องเดียว ปัจจุบันลูกค้าถูกรายล้อมด้วยสื่อต่างๆ มากมาย ที่รวดเร็วและลูกค้ามักใช้เวลาในการรับข้อมูลข่าวสารสั้นลง ผู้ประกอบการจะต้องเน้นการสร้างสรรค์ข้อความสื่อสารที่สั้น กระชับ ฉับไว ได้ใจความ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเป้าหมายสนใจเปิดรับข้อความที่ต้องการสื่อสาร

     4. สื่อสารด้วยการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้าเป้าหมาย เพื่อรักษาลูกค้าเดิม และให้ลูกค้าเดิมช่วยเป็นผู้บอกต่อกระจายข่าวให้เรา

     5. จงจำไว้เสมอว่า จุดประสงค์ของการสื่อสารคือ การเปลี่ยนใจลูกค้าเป้าหมายให้มาเป็นลูกค้าผู้ซื้อสินค้าของเราให้ได้

   การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานประกอบด้วย การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขาย ซึ่งเครื่องมือสื่อสารทางการตลาดสำหรับ SMEs ได้แก่

     1. การสื่อสารเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัว เช่น การขายตรงโดยที่ผู้ขายมีได้โอกาสพูดคุยต่อหน้าลูกค้า เพื่อ นำเสนอข้อมูล รายละเอียดสินค้าแก่ลูกค้า ซึ่งการสื่อสารแบบนี้อาจจะผ่านช่องทางหน้าร้านค้าของผู้ประกอบการ หรือเมื่อผู้ประกอบการไปออกงานแสดงสินค้า

     2. การสื่อสารออนไลน์ผ่านช่องทาง Social media ต่างๆ ทั้ง Web board , Facebook , Line หรือ Intagram เพื่อให้เกิดการสื่อสารสองทางระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้า หรือผู้สนใจสินค้า เป็นการให้ข้อมูล ข่าวสารของสินค้า หรือข่าวสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องแก่ผู้สนใจ ร่วมกับการใช้เครื่องมือสื่อสารอื่นๆผ่านช่องทางนี้ได้ เช่น เล่นเกมชิงของรางวัล แจกคูปองส่วนลดในการซื้อสินค้า

     3. การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายกลางแจ้ง ป้ายในร่ม ป้ายเคลื่อนที่ เช่น ป้ายรอบรถเมล์ ป้ายหลังรถตุ๊กตุ๊ก เป็นต้น ซึ่งการโฆษณาช่วยสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าได้ดี ทำให้พนักงานขายไม่ต้องแนะนำข้อมูลมากเมื่อไปพบลูกค้า ช่วยสร้างความมั่นใจและชักชวนให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เพราะรู้จักสินค้าอยู่ก่อนแล้ว แต่กรณีนี้การโฆษณาควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสินค้าของเราเพราะเป็นสื่อที่มีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ประกอบการควรเลือกใช้สื่อการโฆษณาในรูปแบบที่เหมาะสมกับสินค้าและกำลังทรัพย์ของตนเอง เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือวิทยุท้องถิ่นที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง เป็นต้น

     4. การประชาสัมพันธ์ เป็นการทำให้สินค้าเป็นที่สนใจของสังคม โดยการทำให้เป็นข่าวซึ่งข่าวสารที่เสนอออก ไปจะต้องเป็นความจริง และต้องเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เช่น การเปิดกิจการ การเปิดตัวสินค้าใหม่ การทำบุญ หรือการร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่ง คือ การประชาสัมพันธ์แบบที่จ่ายเงินซื้อสื่อ โดยข่าวสารที่ส่งออกไปอยู่ในรูปการประชาสัมพันธ์ อาจจะไม่ได้เป็นการโฆษณาสินค้าโดยตรง อาจเป็นการโฆษณาบริษัทหรือองค์กรเพื่อส่งเสริมให้มีภาพลักษณ์ดีขึ้น

     5. การร่วมงานแสดงสินค้า เช่น งานแสดงสินค้าสมุนไพร งานแสดงสินค้าทางการเกษตร งานแสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ งานแสดงสินค้าเพื่อความงามและสุขภาพ เป็นการนำผลิตภัณฑ์ออกโชว์ให้ลูกค้าได้พบเห็น ได้รู้จัก เพื่อให้เกิดการทดลองซื้อ และจดจำตราสินค้าได้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง ในการแสดงสินค้าผู้ประกอบการสามารถให้ข้อมูลต่างๆแก่ลูกค้าเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการใช้งานสินค้า หรือการให้ชิมสินค้า หรือการแสดงขบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมถึงข้อมูลที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า

     6. การส่งเสริมการขาย เช่น การให้ส่วนลด การให้ของแถม การแจกตัวอย่าง การชิงโชค การจับฉลากการสะสมแต้ม การสะสมแสตมป์ หรือการจัดสินค้าเป็นชุดราคาพิเศษ

     7. การส่งเสริมการตลาด ณ จุดขาย เครื่องมือสื่อสารที่ใช้ เช่น การตั้งบูทแสดงสินค้าในแหล่งชุมชนเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้หรือได้ทดลองชิม พร้อมกับมีการการเล่นเกม แจกของรางวัลหรือแจกสินค้าตัวอย่างให้ไปทดลองใช้ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจ เมื่อได้ของรางวัลที่มีตราสินค้าของเราหรือการได้รับสินค้าตัวอย่าง จะช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์สินค้าได้

     8. การสัมมนาหรือการเปิดให้ดูงานในกิจการ เป็นการให้ความรู้และข้อมูลแก่ลูกค้าเป้าหมายได้ทราบถึงรายละเอียดของสินค้า ทั้งข้อมูลทางเทคนิค ขั้นตอนการผลิต การใช้งาน จุดเด่น จุดด้อย รวมถึงการบริการหลังการขาย เช่นผู้ประกอบการขายสมุนไพรอบแห้งจัดสัมมนาให้ทราบว่า ทางกิจการมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรอบแห้งอะไรบ้าง และสมุนไพรแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร สามารถนำไปใช้กับอุตสาหกรรมใดได้บ้าง หรือผู้ประกอบการเปิดให้นักเรียน นักศึกษาเข้าดูงาน เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจ เป็นต้น

     9. การสนับสนุนกิจกรรมทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับภูมิภาค เช่น สนับสนุนการแข่งกีฬาของสถานศึกษาในท้องถิ่น สนับสนุนงานด้านศาสนาในชุมชน หรือสนับสนุนงานด้านอาหาร เป็นต้น โดยเน้นการให้การสนับสนุนงานในด้านที่สอดคล้องกับสินค้าของตน

     10. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการที่มีบรรจุภัณฑ์ และฉลากหีบห่อที่ สวยงาม ดูดี ทันสมัย มีข้อมูลข่าวสารของสินค้าครบถ้วน จะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ณ จุดขายได้อย่างดี

   ส่วนใหญ่ในการสื่อสารการตลาดจะใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป และทุกเครื่องมือที่ใช้ก็จะส่งข่าวสารหลักประการเดียวที่ต้องการสื่อให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเสนออย่างกลมกลืนเป็นแนวเดียวกันในทุก ๆ เครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นด้วยการการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย และเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข่าวสารและภาพลักษณ์ของกิจการที่ต้องการสื่อสารได้อย่างชัดเจน

   กิจการ SMEs จะต้องวิเคราะห์หาจุดเด่นของตนเอง และพัฒนาจุดเด่นให้มีความเข้มแข็ง เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง แล้วนำเสนอจุดเด่นนี้เป็นจุดขายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ผ่านเครื่องมือสื่อสารทุกเครื่องมือที่เลือกใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดการจดจำ และถ้าจุดเด่นจุดไหนที่นำเสนอมาแล้วอย่างต่อเนื่องจนผู้บริโภคจดจำได้แล้ว หรือกลายเป็นภาพพจน์ของสินค้าหรือองค์กรไปแล้ว เราควรตอกย้ำจุดเด่นนั้นต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดพลังในการจดจำในใจของลูกค้า

   กระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโลกปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การสื่อสารการตลาดถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการได้ ทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน ผู้ประกอบการจะต้องใช้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน หลายเครื่องมือทางการสื่อสารให้ครบวงจรมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า การวางแผนสื่อสารการตลาดสำหรับ SMEs จึงนับเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจ SMEs สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ในการตอบสนองความต้องการแท้จริงของลูกค้าได้อย่างตรงความต้องการมากที่สุดและเป็นการสร้างตลาด และขยายพื้นที่ทางการตลาดในวงกว้างยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจ SMEs สามารถเติบโตกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ในอนาคต