การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การตลาดสำหรับธุรกิจอาหาร

   ธุรกิจอาหารของไทยที่เราตั้งเป้าจะเป็นครัวของโลก โดยปริมาณการผลิตรวมของอุตสาหกรรมอาหารในปี 2559 มีจำนวน 29,785,234 ตัน หดตัวลงร้อยละ - 4.91 (% yoy) เนื่องจากปัญหาภัยแล้งภายใน ประเทศ (ที่มา : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน) ซึ่งแนวโน้มในปี 2560 คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอาหารจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้พร้อมรองรับกับภาวะเศรษฐกิจชะลอ โดยผู้ประกอบการธุรกิจอาหารควรจะสร้างจุดเด่นให้แก่กิจการของตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น

     1. มีรสชาติอร่อย คนเราไม่ได้กินอาหารเพราะหิวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการกินอาหารที่อร่อยด้วย คนต้องการมีความสุขในการกินอาหาร ดังนั้นอาหารที่มีรสชาติอร่อย หรือรสชาติที่คุ้นเคยเหมือนที่ทำกินเองในครอบครัว ทำให้ผู้บริโภคมีความสุขในการกินด้วย

     2. มีรูปลักษณ์สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรืออาหารแปรรูปก็ต้องมีรูปลักษณ์ดูดี ทำให้ดูน่ารับประทานด้วย เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงอาหารปาก แต่ยังต้องการอาหารตา และอาหารใจด้วย

     3. มีความแปลกใหม่ อาจเป็นรสชาติใหม่ หรือเมนูใหม่ที่คิดขึ้นมาเอง หรือเป็นอาหารไทยหรือต่างชาติที่ยังไม่มีใครผลิตขายในตลาด

     4. มีความรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร หรือผู้ผลิตอาหารแปรรูป จะต้องให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก หรือถ้าผู้บริโภคต้องไปปรุงอาหารต่อเอง วิธีการปรุงต้องง่าย เร็ว สะดวก และที่สำคัญต้องอร่อย

     5. เอาใจลูกค้าได้ถูกต้อง ทั้งในด้านรสชาติ ความสะอาด มีมาตรฐาน และสอดรับกับกระแสความนิยมของผู้บริโภค เช่นในยุคนี้ผู้บริโภคทั้งชายและหญิงจะใส่ใจในการดูแลรูปร่าง ต้องการหุ่นที่ฟิตมีกล้ามเนื้อ จึงเกิดเมนูอาหารสร้างกล้ามเนื้อ

     6. ตามกระแส หรือนำกระแส ทุกวันนี้ที่กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรง ผู้ประกอบการอาจจะเน้นเมนูที่มีไขมันน้อย หวานน้อย เค็มน้อย เป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่กินดีและอร่อยด้วย หรือเมนูอาหารปลอดสารเคมี เป็นต้น นอกจากจะต้องคำนึงถึงคุณภาพสินค้าแล้ว เรื่องภาชนะหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์ก็อยู่ในกระแสรักโลกรักสิ่งแวดล้อม เช่นในต่างประเทศมีกฎหมายห้ามใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำจากโฟม ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค แต่ยังเป็นขยะที่ย่อยสลายยาก และใช้เวลานานเป็นร้อยๆปีจึงจะย่อยสลายได้

     7. มีที่มาเป็นตำรับเก่าแก่ อาจเป็นอาหารประจำถิ่น อาหารโบราณที่หาคนทำเป็นได้ยาก หรือเป็นเมนูพิเศษที่หาทานได้ในบางช่วงเวลาหรือในเทศกาลพิเศษ

   การตลาดสำหรับธุรกิจอาหาร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหารหรือ ธุรกิจอาหารแปรรูป จะมีรูปแบบกลยุทธ์การตลาดที่ใกล้เคียงกัน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับกิจการของตนเองได้ดังนี้

     1. กลยุทธ์แจกตัวอย่างให้ชิม จากจุดเด่นด้านรสชาติ ถ้าไม่ได้ชิมลูกค้าจะไม่รู้ว่าอาหารของเราอร่อยขนาดไหน ดังนั้นกลยุทธ์สำคัญคือ ทำให้ลูกค้าลองชิมสินค้าของเราให้ได้ เมื่อลูกค้าถูกใจในรสชาติ จะทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างสำหรับให้ลูกค้าชิมต้องมีปริมาณมากพอที่จะชิมจนรู้รสชาติ และเนื้อสัมผัส เช่นลูกชิ้นควรให้ชิมทั้งลูก ไม่ใช่หนึ่งลูกแบ่งเป็นสี่ส่วนหรือแปดส่วน แต่ละส่วนมีขนาดเล็กจนไม่เพียงพอจะเคี้ยว ให้รับรู้ว่าเนื้อสัมผัสเป็นอย่างไร และยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราขี้เหนียว เลยไม่ชิมดีกว่า เสียดายปาก

     2. กลยุทธ์เอาครัวมาโชว์เอากลิ่นมายั่ว ผู้ประกอบการร้านอาหารยุคใหม่มักจะเปิดโชว์ให้เห็นครัวและเชฟในขณะปรุงอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในขั้นตอนการปรุงอาหารว่าสด และสะอาด หรือร้านเบเกอรีที่มักจะมีเตาอบมาตั้งหน้าร้าน เพื่อให้เกิดกลิ่นหอมดึงดูดใจผู้บริโภค เหมือนที่ครั้งหนึ่งเกิดปรากฏการณ์ผู้บริโภคต้องเข้าแถวยาว รอซื้อโรตีบอยที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนไปไกล หรือกรณีเข้าคิวซื้อเครปป้าเฉื่อย

     3. กลยุทธ์สินค้าใหม่ มีการวางแผนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ชอบลองของใหม่

     4. กลยุทธ์รักสุขภาพ สังคมในยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์มากขึ้น ทำให้คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงตลอดอายุขัย ดังนั้นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารเสริมสุขภาพ จึงกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์แบรนด์ใดที่ให้ความใส่ใจในด้านนี้ รวมถึงการมีตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีและเป็นมิตรต่อสุขภาพ จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค

     5. กลยุทธ์บรรจุภัณฑ์ ฉลากและบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อาหารต้องมีสีสันสวยงาม สดใส และที่สำคัญต้องมีรูปถ่ายอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงาม น่ารับประทาน ชนิดที่เห็นรูปแล้วอยากรับประทานกันเลยทีเดียว รวมถึงเลือกใช้ประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ให้สามารถปกป้องรักษาคุณภาพของอาหารได้ตลอดอายุการเก็บรักษาสินค้า

     6. กลยุทธ์การสำรวจความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า กิจการควรยอมเสียเวลาทำการสำรวจความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการสอบถามลูกค้ามาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพ หรือรสชาติสินค้า รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่

     7. กลยุทธ์มาตรฐานในระดับสากล ผลิตภัณฑ์อาหารผู้บริโภคที่ต้องการนั้น ไม่ได้ต้องการแค่ความอร่อย แต่ยังต้องการความปลอดภัยในการบริโภคด้วย ดังนั้นผู้ผลิตจึงควรดำเนินการขอรับรองมาตรฐานในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าว่า ทั้งอร่อย สะอาด มีคุณภาพและปลอดภัยในการบริโภค

   จากกลยุทธ์ข้างต้นผู้ประกอบการควรเลือกกลยุทธ์ที่สามารถดำเนินการได้มาประยุกต์ใช้กับตนเอง เช่น ตั้งบู๊ทให้ชิมสินค้า ณ จุดจำหน่าย หรือเมื่อไปออกงานแสดงสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชิมสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ หรือใช้กลยุทธ์สาธิตการปรุงอาหารว่าผู้บริโภคสามารถทำเองได้ง่ายๆ หรือใช้กลยุทธ์แสดงเครื่องหมายมาตรฐานต่างๆที่ผู้ประกอบการได้รับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้ามีคุณภาพ และมีความปลอดภัยในการบริโภค เป็นต้น