การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การสร้างทีมขาย

   ทีมขายเป็นทีมงานที่สำคัญที่สุดในธุรกิจการค้า ทีมขายที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการขายสูงจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างมาก ฝ่ายขายที่ไม่มีแบ่งงานการขายเป็นทีมงานขายและใช้การบริหารแบบให้พนักงานต่างคนต่างขายสินค้าแข่งขันกันเองและใช้มีการตั้งเป้าหมายให้แต่ละคนทำให้พนักงานขายรู้สึกโดดเดี่ยว,ทำงานไม่สนุกและต่างคนต่างอยู่กันไปซึ่งจะแตกต่างกับกิจการที่มีทีมขายหลายๆทีมในองค์กร ลักษณะของการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้คนในทีมสามารถมีพลังการทำงานที่จะฝ่าฟันอุปสรรคที่ยากไปได้ด้วยดีโดยอาศัยความสามารถส่วนตัวของแต่ละคนในทีมและการทำงานที่มีความเป็นหนึ่งเดียวได้จะทำให้ทีมงานประสบความสำเร็จอย่างมาก ทีมงานที่ดีจะร่วมมือกันทำงานใดงานหนึ่งด้วยความเข้าใจกันและเมื่องานสำเร็จก็จะเกิดความภาคภูมิใจในทีมงานของตนอย่างมาก การทำงานเป็นทีมเมื่อได้ระดมความคิดเห็นร่วมกันความคิดเห็นนั้นก็จะเป็นความคิดเห็นของทีมซึ่งทุกคนพร้อมที่จะทำงานให้ด้วยความเต็มใจ ผู้จัดการหรือหัวหน้าทีมขายที่มีความสามารถในการบริหารทีมได้ดีจะสร้างทีมขายที่เก่งและบรรลุจุดมุ่งหมายได้เร็วขึ้น

   ความหมายของทีม มีปาร์คเกอร์ (Parker, 1990:16) อธิบายว่า ทีมเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและต้องพึ่งพากันเพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายได้ หรือปฏิบัติงานให้เสร็จสมบูรณ์ๆด้ คนกลุ่มนี้มีเป้าหมายร่วมกันและยอมรับว่าวิธีเดียวที่จะทำให้งานสำเร็จคือการทำงานร่วมกัน ส่วนความหมายของการสร้างทีมงานก็คือการที่ทำให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทำงานให้บรรลุเป้าหมายเดียวกันที่ตั้งไว้ด้วยการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน, ร่วมทำงานด้วยกัน, มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน, มีการระดมความคิดเห็นร่วมกันและเต็มใจอยู่ร่วมกัน

   การสร้างทีมขายในกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถใช้วิธีการแบ่งทีมขายตามโครงสร้างองค์กรได้ดังนี้

     1. แบ่งทีมงานตามเขตหรือพื้นที่เช่น ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     2. แบ่งทีมตามช่องทางการขายเช่น ทีมขายทางโทรศัพท์, ทีมขายหน้าร้าน, ทีมขายออนไลน์, ทีมขายตรง

     3. แบ่งทีมตามผลิตภัณฑ์เช่น ทีมขายแชมพู, ทีมขายน้ำยาซักผ้า, ทีมขายน้ำยาปรับผ้านุ่ม, ทีมขายน้ำยาทำความสะอาด

     4. แบ่งทีมเพื่อมีการแข่งขันกันเองเช่น ทีมขาย1, ทีมขาย2, ทีมขาย3

   เมื่อผู้บริหารงานขายหรือเจ้าของกิจการได้แบ่งทีมขายไว้เรียบร้อยแล้วก็ควรมีการแต่งตั้งหัวหน้าทีมและมีสมาชิกอย่างน้อยทีมละ 2 คนหรือมากกว่านั้นแต่ไม่ควรมีทีมขายที่ใหญ่เกินไปเพราะทำให้เกิดความขัดแย้งและทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ยาก การแบ่งทีมขายเพื่อการสร้างทีมที่ดีเจ้าของกิจการควรดำเนินการดังนี้

     1. การตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนให้กับทีมขาย

     2. สร้างความมั่นใจให้ทีมขายเรื่องผลตอบแทนและการสนับสนุนจากผู้บริหารของกิจการ

     3. สร้างแรงจูงใจให้กับทีมขายเพื่อสร้างความจงรักภักดีต่อกิจการ

   การสร้างทีมแม้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการหรือหัวหน้าฝ่ายขายแต่ผู้บริหารและเจ้าของกิจการควรจัดให้มีกิจกรรมภายในองค์กรตนเองเพื่อช่วยให้มีการสร้างทีมงานให้เกิดได้เร็วขึ้นด้วยการจัดสัมมนานอกสถานที่โดยไปพักค้างคืนที่ต่างจังหวัดและเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในการละลายพฤติกรรม, การสร้างทีมงานให้กับพนักงานเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน การสัมมนานอกสถานที่ช่วยให้พนักงานเกิดความสามัคคีและกระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้น สำหรับหัวหน้าทีมขายที่ไม่มีความสามารถในการสร้างทีมงานที่เข้มแข็งได้ทางผู้บริหารควรหาทางแก้ไขด้วยการส่งหัวหน้าคนนั้นไปอบรมการเป็นผู้นำที่ดีหรือแก้ไขด้วยการรับฟังปัญหาของหัวหน้าและสมาชิกของทีมขายเพื่อช่วยเหลือให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างดีต่อไป ขอแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้จัดการหรือหัวหน้าทีมขายอ่านบทความของ BSC เรื่องการบริหารทีมงานของกิจการเพื่อช่วยในการบริหารทีมงานให้ดีขึ้น

   การขายเป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดเพราะว่าเป็นแหล่งรายได้ของธุรกิจดังนั้นทั้งเจ้าของกิจการและผู้ถือหุ้นของกิจการล้วนให้ความสำคัญกับฝ่ายขายทั้งสิ้น ธุรกิจขนาดใหญ่มักจะมีโครงสร้างองค์กรที่มีทั้งฝ่ายตลาดและฝ่ายขายแต่สำหรับธุรกิจ SME จะมีแค่ฝ่ายเดียวและนิยมเรียกว่าฝ่ายขาย เรามาทำความเข้าใจกับความหมายของสองคำนี้ก่อนว่าการขายแตกต่างกับการตลาดอย่างไรนั่นคือการขายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตลาด การบริหารงานขาย (Sales Management) คือการวางแผน, การสั่งงาน, การควบคุมงานขาย, การคัดเลือก,การฝึกอบรม, การบริหารพนักงานขาย, การกำหนดเส้นทางการขายและจูงใจพนักงานรวมทั้งจ่ายค่าตอบแทนให้กับพนักงานขายเพื่อให้กิจการบรรลุเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้ แต่การตลาดเป็นการครอบคลุมทั้งการขายและรวมถึงการบริหารกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมด เช่น การโฆษณา, ส่งเสริมการขาย, การวิจัยตลาด, การจัดจำหน่าย, การขนส่งสินค้า, การกำหนดราคา, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ฯลฯเราจะเห็นว่าการบริหารงานขายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการตลาด (Marketing Management) และการบริหารงานขายมุ่งเน้นดูแลเรื่องคนคือพนักงานขายให้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าส่วนการตลาดจะดูแลความต้องการของลูกค้าและเพิ่มตลาดให้เหนือคู่แข่งขันด้วย

   เจ้าของกิจการ SME ขนาดเล็กมักทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการฝ่ายขายและเป็นกรรมการผู้จัดการด้วยเพราะกิจการยังเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถจ้างผู้จัดการฝ่ายขายที่มีเงินเดือนสูงๆมาได้จึงเน้นแต่การจ้างพนักงานขายหรือใช้นายหน้าขายสินค้าตนเองเท่านั้น การบริหารงานขายไม่ใช่มีเพียงหน้าที่ขายอย่างเดียวเท่านั้นเพราะกิจการจะมีรายได้มากขึ้นและเติบโตได้ก็จำเป็นต้องให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการฝ่ายขายจะต้องทำหน้าที่บริหารจัดการด้านการขายในเรื่องดังต่อไปนี้

     1. วางแผนและกำหนดเป้าหมายการขาย ผู้จัดการฝ่ายขายต้องคาดการณ์ว่าจะมีเป้าหมายขายในแต่ละเดือนและแต่ละปีเท่าไหร่มีการตั้งเป้าหมายแบบท้าทายไม่ใช่ตั้งเป้าขายเท่าปีที่แล้ว การตั้งเป้าหมายต้องมีความเป็นไปได้และมีอัตราการเจริญเติบโตทุกปีเมื่อมีการตั้งเป้าหมายการขายแล้วก็เริ่มวางแผนโดยจัดคน, วางกลยุทธ์, จัดเส้นทาง, แบ่งลูกค้าและหาช่องทางการจัดจำหน่ายให้ได้ตามเป้าหมายนั้น

     2. การสรรหา, การคัดเลือกและจัดจ้างพนักงานขาย การที่จะขายให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็มีความจำเป็นต้องใช้พนักงานขายซึ่งการคัดเลือกและสัมภาษณ์ตามวิธีการของผู้จัดการขายแต่ละคน หากมีการคัดเลือกที่ได้พนักงานขายที่ดีมีประสิทธิภาพสูงก็จะทำให้กิจการขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

     3. ฝึกอบรมและจูงใจพนักงานขาย หน้าที่การฝึกอบรมให้พนักงานขายให้ขายได้เก่งและมีความรู้ในผลิตภัณฑ์เพื่อขายสินค้าให้กับลูกค้าเป็นหน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายขายโดยตรง หากผู้จัดการไม่สามารถฝึกอบรมได้ก็จำเป็นต้องให้พนักงานขายไปฟังสัมมนาหรืออบรมจากสถาบันที่มีหลักสูตรการขายเพื่อให้พนักงานมีความรู้ความมั่นใจในการขายสินค้า

     4. มอบหมาย, สั่งงานและกระจายงาน ผู้จัดการฝ่ายขายต้องรู้วิธีการสั่งงานพนักงานขายและมอบหมายงานขายให้กับพนักงานแต่ละคนไปทำซึ่งต้องมีความยุติธรรมในการกระจายหรือแบ่งงานให้กับพนักงานในฝ่ายตนเองด้วย

     5. ควบคุมดูแลงานขาย เมื่อพนักงานขายมีปัญหาการขายหรือลูกค้ามีปัญหาเรื่องสินค้าจึงเป็นหน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายขายที่ต้องแก้ปัญหาและดูแลงานขายให้ราบรื่นพร้อมทั้งมีการติดตามดูแลการทำงานของฝ่ายขายทั้งหมดว่าได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่

     6. การจ่ายค่าตอบแทน เป็นส่วนหนึ่งของการจูงใจให้พนักงานทำงานได้ด้วยความเต็มใจการจ่ายค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าเงินเดือนตามตลาดมีผลทำให้พนักงานขายลาออกบ่อยหรือทำงานกับกิจการได้ไม่นาน เจ้าของกิจการต้องทำให้เขามั่นใจว่ามีความมั่นคงปลอดภัยหากทำงานกับกิจการเพราะมีการจ่ายค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้และให้เขาเห็นเส้นทางในอาชีพด้วยว่าเขาจะมีความก้าวหน้ามากขึ้นเมื่อกิจการเติบโตขึ้น

     7. สร้างทีมขายที่เข้มแข็ง ผู้จัดการฝ่ายขายต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทีมงานขายของกิจการให้พนักงานขายมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันและทำงานกันเป็นทีมโดยมีการแบ่งเป้าหมาย, พื้นที่, กลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนและสร้างทีมงานให้มีความสามัคคีกัน

     8. ประเมินผลการทำงานของฝ่ายขาย ผู้จัดการฝ่ายขายควรจัดทำการประเมินผลการทำงานทุกไตรมาสเพื่อติดตามดูยอดขายและการทำงานของฝ่ายขายอย่างใกล้ชิดโดยทำเป็นรายงานสรุปยอดขายรายไตรมาสของพนักงานขายแต่ละคนไม่ใช่ดูแต่ยอดขายทุกวันโดยไม่ทราบว่าพนักงานขายคนใดมีปัญหาอะไรบ้าง เมื่อประเมินผลแล้วก็ควรมีการให้รางวัลแก่ผู้ที่บรรลุเป้าหมายการขายและตักเตือนพนักงานที่ขายไม่ได้ตามเป้าหมายด้วย

     9. สร้างสัมพันธภาพกับลูกค้ารายใหญ่ ผู้จัดการหรือเจ้าของกิจการจำเป็นต้องดูแลลูกค้ารายใหญ่ของตนเองซึ่งทำให้ลูกค้าทราบถึงความสำคัญของตนเองและเพื่อป้องกันการขโมยลูกค้ารายใหญ่ไปจากพนักงานขายด้วย

   การบริหารงานขายก็คล้ายกับการบริหารจัดการของฝ่ายอื่นๆทั่วไปในธุรกิจแต่การขายเป็นงานสำคัญเพราะกิจการจะอยู่รอดได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการขายสินค้านั่นเอง ผู้ดูแลฝ่ายขายจึงต้องมีการออกแบบวิธีการขายสินค้าของตนเองและมีเครื่องมือต่างๆในการช่วยให้พนักงานขายออกไปขายสินค้าได้ หากไม่มีเครื่องมือก็เหมือนส่งคนไปรบด้วยมือเปล่านั่นเอง