การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

ปัจจัยที่ทำให้งานขายประสบความสำเร็จ

   เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ประสบความสำเร็จในการขายหรือการให้บริการของกิจการ ทาง BSC จึงรวบรวมปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขายสินค้าหรือบริการขายได้ประสบความสำเร็จเพื่อให้ผู้ประกอบการนำปัจจัยเหล่านี้ไปปรับใช้หรือแก้ไขในการดำเนินงานของกิจการตนเองต่อไป

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานขายสำเร็จมีดังนี้

   1. สินค้าดี, สินค้ามีคุณภาพหรือบริการที่ดีลูกค้าประทับใจ ปัจจัยนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการขายสินค้าหรือให้บริการ ยกตัวอย่าง ร้านพี่น้อยขายอาหารแต่อาหารไม่อร่อยรับรองได้ว่าอีกไม่นานก็ต้องเลิกกิจการไป ร้านสุดใจเป็นร้านให้บริการนวดไทยแต่นวดไม่ดีลูกค้าก็ไม่ไปซ้ำเช่นกัน แม้พนักงานขายจะเก่งเพียงใดก็ไม่สามารถขายสินค้าที่ไม่ดีไม่มีคุณภาพได้ มีข้อยกเว้นเพียงข้อเดียวคือสินค้านั้นราคาถูกมากจนต้องลองซื้อไปใช้ดู เจ้าของกิจการจำเป็นต้องเปิดใจรับฟังความเห็นของลูกค้าว่าสินค้าของตนเองดีหรือไม่ดีเพียงใด บางทีเจ้าของก็อาจจะใช้วิธีการสำรวจตลาดหรือสอบถามความคิดเห็นของผู้ใช้สินค้าหรือถามความเห็นจากผู้ทดสอบสินค้าก็ได้ มีเจ้าของกิจการ SME จำนวนมากที่ไม่ยอมรับความคิดเห็นของลูกค้าที่บอกว่าสินค้ายังไม่ดีและยังจะเถียงและโกรธลูกค้าไปเลยก็มี เช่นไปกินอาหารร้านแดงแล้วเจ้าของร้านมาถามว่าเป็นอย่างไงบ้างคะอาหารที่ร้าน ลูกค้าก็ตอบไปว่าไม่ค่อยอร่อยเลยเพราะมันเค็มคุณแดงก็ไม่พอใจและต่อว่าลูกค้าไปทันที การเปิดใจรับฟังความเห็นก็เปรียบเหมือนน้ำในถ้วยแก้วที่ยังไม่เต็มแก้วจะเติมเข้าไปยังเติมได้ไม่ล้นแก้ว หากคนที่ไม่รับฟังความเห็นใครก็เปรียบเหมือนน้ำเต็มแก้วตลอดเวลาไม่สามารถเติมหรือรับอะไรได้อีก

   2. การตั้งราคาสินค้าหรือบริการที่มีราคายุติธรรม ราคาสินค้าเป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือไม่ซื้อ สินค้าที่ดีมีคุณภาพสูงมากก็มีราคาที่แพงกว่าสินค้าระดับปานกลางหลายสิบเท่าจึงทำให้สินค้าแพงนั้นขายยากมากเพราะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจะน้อยกว่ากลุ่มลูกค้าฐานะปานกลาง ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหัตถกรรมมีความเข้าใจว่าสินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศจะขายได้ราคาสูงเพราะเห็นวางขายชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทยในราคาที่แพงมากนั่นเป็นการเข้าใจผิดอย่างมากเพราะคนมาเที่ยวเขาพร้อมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าไปเป็นของที่ระลึกว่ามาเที่ยวเมืองไทย หากสินค้าไทยไปวางขายที่ประเทศของเขาก็เป็นราคาที่ส่งออกไปนั่นเองและเป็นราคาที่ถูกบีบให้ขายในราคาที่ต่ำด้วยเพราะต้องขายผ่านทั้งพ่อค้าคนกลางที่ประเทศไทยและต่างประเทศแล้วยังมีค่าขนส่ง, ค่าดำเนินการและภาษีอีกด้วยเมื่อนำมาตั้งราคาสินค้าจึงทำให้ราคาขายแพงมาก ก่อนที่จะตั้งราคาสินค้าขอให้ผู้ประกอบการทำการสำรวจราคาในตลาดก่อนว่าราคาเท่าไหร่โดยเราจะอิงราคาสินค้าที่นำเข้าหรือสินค้าที่มีแบรนด์เนมไม่ได้เพราะคนจะยอมรับสินค้าแบรนด์เนมมากกว่าสินค้าโนเนมของเรา การตั้งราคาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหากตั้งราคาไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงราคาภายหลังก็ทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกที่เคยซื้อสินค้านั้นมาก่อน จึงจำเป็นต้องมาจัดโปรโมชั่นลด, แลก, แจก, แถมอีกภายหลัง

   3. ทำเลที่ตั้งดี สินค้าบางชนิดที่ต้องมีหน้าร้านเรื่องทำเลที่ตั้งของร้านถือเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ขายสินค้าดีขึ้นยกตัวอย่าง ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ยังต้องเลือกทำเลที่มีที่จอดรถกว้างขวางอาจตั้งอยู่ในห้าง หรือริมถนนใหญ่มีทำเลที่ดีแม้ค่าเช่าจะแพงก็ตาม ดังนั้นผู้ประกอบการควรจัดทำประมาณการก่อนลงทุนว่าจะขายได้เท่าไหร่เพื่อมาเปรียบเทียบกับค่าเช่าที่สูงในทำเลที่ตั้งดีและเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนด้วย สำหรับกิจการที่เป็นประเภทอุตสาหกรรมก็ต้องคำนึงถึงที่ตั้งของโรงงานด้วยเพราะจะมีผลกับต้นทุนผลิตเพราะหากโรงงานตั้งอยู่ไกลมากก็จะมีปัญหาทั้งสาธารณูปโภคไม่ดีไม่ตกบ่อย, หาแรงงานยาก, ต้นทุนการขนส่งสูงไปด้วย ดังนั้นเจ้าของกิจการใหม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยนี้อย่างมากในช่วงก่อตั้งธุรกิจเพราะทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

   4. ทีมขายเก่ง พนักงานขายและหัวหน้าทีมหรือผู้จัดการฝ่ายขายที่มีความสามารถและมีประสบการณ์การขายมาก่อนทำให้กิจการขายสินค้าได้ดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การจ้างพนักงานขายจึงต้องผ่านการคัดเลือกอย่างดีเพื่อได้คนที่เก่งและซื่อสัตย์นอกจากนั้นแล้วเจ้าของกิจการจำเป็นต้องช่วยผู้จัดการฝ่ายขายสร้างทีมขายให้เข้มแข็งและมีการส่งเสริมการขายด้วยจะทำให้กิจการก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

   5. เจ้าของกิจการมีความสามารถในการบริหารธุรกิจและวางแผนธุรกิจเก่ง เจ้าของกิจการที่เก่งมีผลอย่างมากที่ทำให้กิจการสำเร็จผลได้เร็วขึ้น หากเจ้าของกิจการมีเพียงเงินลงทุนแต่บริหารงานไม่เป็นธุรกิจก็จะเติบโตได้ยาก การบริหารธุรกิจเพื่อให้กิจการดำเนินงานได้อย่างราบรื่นบรรลุเป้าหมายได้นั้นต้องมีการวางแผนธุรกิจที่ดีเพราะการวางแผนเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารงานที่เจ้าของต้องปฏิบัติกิจการที่มีการวางกลยุทธ์การตลาดได้ดีมีการใช้ส่วนประสมทางการตลาดมาใช้(Marketing Mix) ประกอบมีการควบคุมดูแลพนักงานขายได้ดีทำให้กิจการสามารถขายได้ถึงเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้ ดังนั้นผู้จัดการฝ่ายขายจึงต้องมีการส่งเสริมการขาย, มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์, มีการประชาสัมพันธ์สินค้าและมีการใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายหลายช่องทางจึงทำให้กิจการบรรลุเป้าหมายและขายดี

   6. กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจนและมีปริมาณประชากรมาก สินค้าที่ขายเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบางกลุ่มอาจประสบความสำเร็จในการขายช่วงแรกของการดำเนินงานแต่ต่อมาก็จะถูกแย่งลูกค้าไปโดยง่ายจากคู่แข่งขันรายใหม่เพราะธุรกิจ SME นิยมเน้นเข้าหากลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงเช่น ขายสินค้าคนสูงอายุที่ป่วยเป็นเบาหวาน, ขายสินค้าคนป่วยเป็นโรคมะเร็ง เป็นต้น การขายให้ได้ยอดขายสูงๆควรขายให้กับลูกค้าที่มีประชากรจำนวนมากเพียงพอแต่มีความชัดเจนว่าจะขายใคร เช่นขายสินค้าให้กับคนผมน้อย, ผมบาง เป็นต้น

   7. วิธีการขายและเครื่องมือการขายที่มีการออกแบบให้แตกต่างจากคู่แข่งขัน เจ้าของกิจการต้องออกแบบ Business Model ของตนเองว่าควรจะมีการขายในรูปแบบใดที่ทำให้กิจการเกิดผลสำเร็จและจำเป็นต้องมีเครื่องมือการขายอะไรบ้างที่ทำให้พนักงานขายเสนอขายสินค้าได้ง่ายเปรียบเหมือนเราติดอาวุธให้กับพนักงานขายนำออกไปต่อสู้กับคู่แข่งขันได้หากไม่มีอาวุธก็ทำให้พนักงานขายไปต่อสู้ด้วยมือเปล่านั่นเองแล้วยังถูกต่อว่าอีกว่าพนักงานขายไม่เก่ง กิจการจำเป็นต้องเตรียมตัวอย่างสินค้าหรือเตรียมอุปกรณ์การสาธิต (Demonstration) ให้เพียงพอกับพนักงานขายรวมทั้งต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการขายต่างๆที่มีภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพนักงานขายด้วย นอกจากนั้นผู้บริหารยังต้องหารูปแบบการขายที่ทำให้เหนือกว่าคู่แข่งขันจะทำให้บรรลุเป้าหมายการขายโดยง่าย

   8. ช่องทางการขายที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การเลือกช่องทางการขายได้ถูกต้องตามกลุ่มลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานขายประสบความสำเร็จได้ดีเพราะสินค้าดีมีคุณภาพสูงตั้งราคาที่ยุติธรรมแต่ไปจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการขายที่ไม่เหมาะสมก็ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้จึงทำให้ขายไม่ได้เช่นกัน เจ้าของกิจการควรศึกษาเรื่องช่องทางการขายของสินค้าตนเองและเลือกให้เหมาะสมจะทำให้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

   ผู้ประกอบการควรใส่ใจและปรับปรุงธุรกิจตนเองให้ได้ตามปัจจัยทั้งแปดข้อที่เป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้กิจการมีผลประกอบการที่ดีได้ นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีผลทำให้ยอดขายดีได้อีกด้วยเช่นภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น, คู่แข่งขันที่น้อยลง, ลูกค้าที่มีความจงรักภักดีและขายสินค้าใหม่ที่อยู่ในกระแสนิยม เป็นต้น