การขายและการตลาด

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อขาย

   แนวคิดในการตลาดยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปจากยุคก่อนๆที่ผู้ขายสินค้าเสนอขายสินค้าแต่สิ่งที่ตนเองถนัดหรือตามที่ตนเองผลิตได้ใครทำอะไรได้เก่งก็จะผลิตสินค้านั้นออกมาเช่น พี่แต๋วทำขนมไทยประเภทฝอยทอง,ทองหยิบ,ทองหยอดได้อร่อยก็ทำออกมาขายโดยไม่ได้ดูว่าหน้าบ้านตนเองมีแต่เด็กๆและวัยรุ่นอาศัยอยู่ก็อาจทำให้ขนมไทยขายไม่ดีก็ได้และต้องเลิกกิจการไปในที่สุด แนวคิดตลาดในยุคใหม่คือผู้บริโภคหรือผู้ซื้อมีความต้องการอะไรผู้ผลิตหรือผู้ขายต้องขายสินค้าตามความต้องการของผู้ซื้อหากผลิตไม่ได้ก็ต้องไปจ้างคนอื่นผลิตให้เพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อให้ได้ การสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อขายจึงต้องคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะเข้าไปขายและช่องทางการขายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเหล่านั้น คำถามที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเดิมมักถามเสมอก็คือขายอะไรดีและขายที่ไหนดี คำถามนี้อาจต้องเปลี่ยนเป็นว่าเราจะขายสินค้าเข้ากลุ่มเป้าหมายใดดีและกลุ่มเป้าหมายนั้นมีความต้องการจะซื้ออะไรบ้างมากกว่า ทาง BSC จึงขอเสนอแนวความคิด 3 แนวคิดในการผลิตสินค้าซึ่งจะทำให้ขายดีได้ดังนี้

   แนวคิดที่ 1 เป็นสินค้าที่ลูกค้ามีความต้องการแต่ยังไม่มีใครผลิตขายได้เลยจึงทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการ สินค้าที่ว่านี้อาจยังผลิตไม่ได้หรือผู้ผลิตยังคิดไม่ถึง ขอยกตัวอย่างแบบความคิดสุดกู่ดังนี้ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนประชาชนส่วนใหญ่อยากได้เสื้อแอร์ที่สวมใส่ไปไหนมาไหนได้จะได้ไม่ร้อนเวลาเดินหรือทำงานในที่ร้อนแต่ปรากฏว่ายังไม่มีใครผลิตขายเลยมีเพียงประเทศญี่ปุ่นที่ได้คิดค้นและผลิตให้คนป่วยที่จำเป็นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายสวมใส่ไว้ในโรงพยาบาลตลอดเวลาเท่านั้นอาจเป็นเพราะราคาเสื้อแอร์นี้แพงเกินไปก็ได้จึงยังไม่มีใครขาย หากมีบริษัทที่ผลิตเสื้อแอร์ที่ใส่แล้วเย็นสบายเหมือนอยู่ในห้องแอร์มีอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเชียสและเสื้อนี้ทำงานโดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์รวมทั้งมีราคาไม่แพงนักคือไม่ควรแพงกว่าการซื้อแอร์ขนาดเล็กตามบ้าน ขอรับรองได้เลยว่าเสื้อแอร์แบบนี้คงขายดีมากๆในประเทศไทย แนวความคิดนี้ไม่จำเป็นว่ายังไม่มีใครผลิตก็ได้แต่หมายความรวมถึงว่าในตลาดหรือในพื้นที่ที่เราจะเข้าไปขายยังไม่มีสินค้าประเภทนี้ก็ได้ เช่น ร้านแมคโดนัลส์ยังไม่มีสาขาตามอำเภอใหญ่ๆบางแห่งหากเราไปเปิดก็จะทำให้ขายดีแน่นอนแต่ต้องทำการสำรวจตลาดและศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะมีความคุ้มทุนหรือไม่เพราะค่าซื้อแฟรนไชส์ก็มีราคาสูงมาก

   แนวคิดที่ 2 เป็นสินค้าที่ผู้ซื้อยังมีความต้องการแต่มีสินค้าจำนวนที่ขายน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ (มี Order มาก) ก่อนที่จะผลิตและจำหน่ายสินค้าก็ต้องสำรวจว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราจะเข้าไปขายสินค้ามีความต้องการสินค้าอะไรบ้างที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของพวกเขา เช่นเราอยู่ในพื้นที่เมืองใหม่ที่มีการก่อสร้างบ้านและมีความต้องการในการซื้อวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ผู้ประกอบการก็ต้องทำการสำรวจว่ามีผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างจำนวนกี่รายยังมีช่องว่างทางการตลาดให้เราเข้าไปขายได้อีกหรือไม่ หากสำรวจแล้วมีร้านที่ขายเพียงหนึ่งร้านเท่านั้นเราก็ควรรีบไปเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านเป็นร้านที่สองเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่นั้นโดยเร็วเพื่อจะได้ส่วนแบ่งตลาดที่สูงและมียอดขายดีด้วย

   แนวคิดที่ 3 เป็นสินค้าที่มีผู้จำหน่ายและผลิตอยู่แล้วแต่เพื่อให้แข่งขันได้ดีขึ้นก็จำเป็นต้องมีการปรับรูปแบบใหม่ๆ, สูตรใหม่, สีใหม่, เปลี่ยนวัสดุใหม่ๆเพื่อให้กลุ่มลูกค้าเดิมซื้อเพิ่มหากเป็นอาหารก็มีรสชาติใหม่เช่น กล้วยตากมีผู้ผลิตและจำหน่ายจำนวนมากจึงมีผู้คิดผลิตกล้วยตากเคลือบชอคโคเลต,กล้วยตากเคลือบวนิลามาเป็นทางเลือกใหม่ซึ่งทำให้ยอดขายดีขึ้นเพราะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อขายคนกลุ่มใหม่ที่เป็นวัยรุ่นอยากลองซื้อมากิน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆ, มีสีสันใหม่, มีรสชาติใหม่ๆเป็นจำนวนมากซึ่งแนวคิดที่สามมักเป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการขายเท่ากับแนวคิดที่ 1 และแนวคิดที่ 2 นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้ประกอบบางรายมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อให้น่าซื้อมากขึ้นแต่ก็เพิ่มยอดขายได้ไม่มากนักเพราะบรรจุภัณฑ์ที่สวยมักตามมาด้วยราคาที่สูงกว่าสินค้าข้างในเสียอีก การผลิตสินค้าโดยใช้แนวคิดนี้จำเป็นต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าไปอย่างละเอียดเพื่อทราบถึงความต้องการของคนกลุ่มนี้ว่าต้องการให้ปรับเปลี่ยนอะไรกันแน่อาจเป็นการใช้งานที่ง่ายขึ้น, การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้ประกอบการควรจัดทำการสำรวจความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์และทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้และการซื้อผลิตภัณฑ์ไปด้วย

   นอกจากการใช้แนวคิดสามแนวคิดของการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อขายแล้วผู้ประกอบการควรศึกษากระแสนิยมและศึกษาโอกาสของธุรกิจที่มีแนวโน้มดีกำลังมาแรงด้วยเพื่อขายสินค้าที่อยู่ในกระแสนิยมเพราะเป็นสินค้าที่มีโอกาสการขายมากขึ้นทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงตามไปด้วย ธุรกิจที่มีโอกาสดีในยุคปัจจุบันคือธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ, เกี่ยวกับความสวยความงาม, เกี่ยวกับท่องเที่ยว, เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง, เกี่ยวกับอาหาร, เกี่ยวกับการศึกษา, เกี่ยวกับพลังงาน เป็นต้น