เทคโนโลยีสารสนเทศ

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

ช่องการทำตลาดออนไลน์

    ในบทความก่อนหน้านี้ ทางศูนย์บริการให้คำปรึกษาแนะนำ (Business Service Center – BSC) ได้เกริ่นถึงช่องทางต่างๆ ในการทำตลาดออนไลน์ไว้คร่าวๆ ซึ่งในบทนี้จะมาขยายความถึงรายละเอียดของช่องทางแบบต่างๆ กัน


[เครดิตภาพ : By Henripontes - Own work, CC BY-SA 3.0,
https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=28955253]

 

    การทำตลาดออนไลน์ทำได้หลายช่องทาง แต่ละอย่างก็จะได้ผลกับกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันไปตามความชอบ จริต หรือพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคน บางคนที่สูงวัยหน่อย อาจตื่นแต่เช้ามารีบเปิด LINE ส่งรูปดอกไม้ไปทักทายเพื่อน บางคนวันๆ อยู่แต่บน Facebook โพสต์เรื่องมีสาระบ้างเวิ่นเว้อบ้าง เพื่อเรียกยอดไลค์ เมนท์ หรือแชร์ ไปตามเรื่อง บางคนก็คอยตามแต่ไอจี (Instagram) ดารา คนดัง หรือร้านที่ขายสินค้าแฟชั่นที่มีรูปแบบ สี และรุ่นต่างๆ กัน ฯลฯ ดังนั้นการทำการตลาดผ่านช่องทางเหล่านี้จึงต้องตั้งคำถามก่อนว่า "ลูกค้าของเราคือใคร?" และ "พฤติกรรมการออนไลน์ของเค้ามีรูปแบบอย่างไร?" จึงจะเลือกสื่อสารได้ถูกช่อง อาทิเช่น

 

สื่อสังคมออนไลน์ (Social network)

    เช่น Facebook, Instagram และอื่นๆ (รวมถึงเว็บบอร์ดหรือชุมชนออนไลน์ทั่วไปอย่าง Pantip.com หรือเว็บบอร์ดเฉพาะทาง เช่น การถ่ายภาพ อย่าง Thaidphoto.com) ซึ่งมีข้อดีตรงที่เรียกความสนใจได้ในวงกว้าง ให้ข้อมูลปริมาณมากได้ง่ายสะดวก ทั้งรูปภาพ ข้อความ วิดีโอ จะถูกเลือกให้แสดงขึ้นมารวมๆ กันในหน้า newsfeed ที่ผู้ใช้จะเห็นอัตโนมัติ หรือในหน้ารวมกระทู้ของเว็บบอร์ด

*ข้อควรระวัง กรณีไม่เสียค่าโฆษณา ก็ต้องหาวิธีให้คนเห็นข้อมูลที่เราใส่เข้าไป เพราะใครๆ ก็โพสต์ข้อความกันมากมายจนดูละลานตาไปหมด ส่วนกรณีจ่ายเงินให้แสดงผลเป็นพิเศษ (เช่น promoted post ของ Facebook) ก็ต้องดูเรื่องประสิทธิผลหรือความคุ้มของค่าโฆษณาที่จ่ายเงินลงไป ว่าจ่ายไปแล้วจะมียอดการแสดงให้คนเห็นมากน้อย (หรือเรียกว่า reach) เท่าไหร่ และเมื่อเห็นแล้วจะสนใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการ like, comment หรือแชร์ต่อมากน้อยแค่ไหน

 

โปรแกรมสนทนา (Chat)

    เช่น Line และ Facebook Messenger (หรือ inbox message) ซึ่งสามารถให้ข้อมูลต่างๆ ได้เช่นเดียวกับ Social Network ข้อดีคือมั่นใจได้ว่าเมื่อส่งแล้วข้อมูลนั้นจะถึงผู้รับที่อยู่ในกลุ่ม (LINE หรือ Facebook Group) หรือติดตาม Official Account (ของ LINE) อย่างแน่นอนครบทุกคน


Line ของ Naver

*ข้อควรระวัง เมื่อส่งข้อมูลไปถึงแล้วจะทำอย่างไรให้คนรับสนใจเปิดอ่าน? (บางคนสมัครเข้ากลุ่มไว้ แต่อาจตั้งปิดการเตือนข้อความเข้าของบางกลุ่มไม่ให้แสดง จนมีข้อความตกค้าง อ่านไม่ทันหรือไม่เปิดอ่าน นับร้อย พัน หรือเป็นหมื่นข้อความก็มี)

 

อีเมล์ (E-mail marketing)

    อีเมล์เป็นวิธีที่ใช้กันมานานแล้ว ในลักษณะเดียวกับการส่งจดหมายหรือแคตตาล็อกที่พิมพ์บนกระดาษมาทางไปรษณีย์ธรรมดานั่นเอง แต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่ากันมาก หรือดูเผินๆ อาจมองว่าไม่มีต้นทุนเลยด้วยซ้ำ (เพราะปกติเราไม่เสียค่าส่งอีเมล์ และผู้รับก็มักใช้อีเมล์ฟรีเช่นกัน)


MailChimp (mailchimp.com)

*ข้อควรระวัง ใครๆ ก็ส่งอีเมล์การตลาดกันมากมาย บ้างก็เป็นเรื่องหลอกลวง (hoax) หรือไม่มีการขออนุญาตให้ผู้รับยินยอมก่อน (unsolicited e-mail) จนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยอีเมล์ขยะ (junk mail) และบรรดาผู้ให้บริการอีเมล์ต่างก็เข้มงวดกับการคัดทิ้งอีเมล์แบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนการส่งเมล์ถึงผู้รับจำนวนมากๆ จำเป็นจะต้อง ทำให้กระบวนการส่งอีเมล์ทั้งหมดนั้นมีความน่าเชื่อถืออย่างสูง เช่นต้องมีข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนและอยู่ในรูปแบบที่ถูกต้อง ไม่ดูน่าสงสัย ตั้งแต่รายละเอียดผู้ส่ง ผู้รับ หัวข้อ วิธีการบอกเลิกรับอีเมล์ (unsubscribe - ข้อนี้ต่อไปใครไม่มีนี่จะผิด พรบ. คอมฯ ฉบับใหม่ด้วยนะ) และอื่นๆ รวมถึงการใช้บริการของผู้ส่งที่มีความน่าเชื่อถือว่าจะไม่ส่ง junk mail ก็เลยทำให้การส่งอีเมล์การตลาดกลายเป็นกระบวนการที่มีค่าบริการพอสมควร (แต่ก็ยังถูกกว่าส่งไปรษณีย์) เช่นเว็บอย่าง mailchimp.com ที่ดังทางด้านนี้คิดค่าส่งอีเมล์ถึงประมาณฉบับละ 25 สตางค์! เว็บไซท์ (Web)

    ถึงแม้โซเชียลเน็ตเวิร์กจะได้รับความนิยมอย่างสูง การทำเว็บ แต่การทำให้เว็บของเราถูกค้นหาพบในอันดับต้นๆ หรือ Search Engine Optimization - SEO ก็ยังจำเป็น เพราะเว็บไซท์จะเปรียบเสมือนป้ายบอกตัวตนขององค์กร ซึ่งถึงแม้จะเป็น SME ก็สามารถทำให้ดูดีได้ไม่แพ้บริษัทใหญ่ และในกรณีที่ต้องการหาข้อมูลสินค้าและบริการของเราหรือคู่แข่งที่ใกล้เคียงกัน การค้นหาด้วย Search engine จะนำลูกค้ามาหาเราได้อย่างรวดเร็วที่สุด และสามารถใช้เป็นที่รวมข้อมูลสินค้าและบริการที่ครบถ้วนและดูง่ายกว่าช่องทางอื่น หรือใช้เป็นที่รวมลูกค้าจากช่องทางอื่นๆ ที่ผ่านมา (Social, Chat, E-mail และอื่นๆ) เข้ามาที่จุดเดียวได้ เพื่อการวัดผลและแปลงการเข้ามาดูให้กลายเป็นการซื้อจริง

*ข้อควรระวัง

  • Keyword การพยายามทำให้ค้นหาเว็บของเราด้วยคำเฉพาะหรือคีย์เวิร์ด (keyword) บางคำแล้วพบในอันดับต้นๆ แบบที่เคยทำกันแต่ก่อน จะยากและไม่สามารถครอบคลุมลูกค้าทั้งหมดได้อีกต่อไป เพราะคนเดี๋ยวนี้ค้นหาข้อมูลแบบเจาะจงมากขึ้น ทำให้คำที่ใช้มีหลากหลายไม่เหมือนกันเกินกว่าจะดักได้หมด แนวทางที่แนะนำคือทำเว็บให้มีเนื้อหาสาระ (content) ที่มากกว่าแค่สินค้าและบริการของเรา แต่รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่มีประโยชน์และทันสมัย รวมทั้งขยันอัพเดท (ซึ่งมักต้องใช้แรงงานมากและต่อเนื่องกันนานๆ) เมื่อในเว็บมีข้อมูลที่น่าสนใจ และมีคำที่สอดคล้องกับสินค้าและบริการอยู่ในเนื้อหาพอสมควร ลูกค้าก็จะค้นพบและเข้ามาหาเราเอง
  • Mobile First ยุคปัจจุบันนื้ใครๆ ก็เข้าเน็ตจากมือถือ ดังนั้นถ้าจะทำเว็บไซท์ ก็ควรให้รองรับเว็บเมื่อแสดงผลบนหน้าจอเล็กๆ เช่น บนสมาร์ทโฟนด้วย ทั้งนี้จะทำเป็นอีกเว็บต่างหากหรือใช้วิธีเขียนโปรแกรมให้ปรับการแสดงผลตามขนาดหน้าจอด้วย (เรียกว่าเว็บแบบ Responsive) ก็ได้ ไม่เช่นนั้น Google จะเริ่มกดคะแนนการค้นหาเว็บที่แสดงผลไม่ดีบนมือถือให้ต่ำลง และตกไปอยู่อันดับถัดๆ ไปแทนที่จะเป็นหน้าแรก

 

วิดีโอ (Video)

    วิดีโอ (เช่น Facebook Live, YouTube, Vimeo และอื่นๆ) เป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่นิยมกันมาก เพราะใช้เล่าเรื่องราวได้ง่ายกว่าการอ่าน ไม่ต้องใช้จินตนาการคิดตามมาก และเรียกร้องความสนใจได้ดี บริการรวมวิดีโอต่างๆ จึงมีความสำคัญและเรียกคนเข้ามาดูได้ง่าย การนำเสนอในรูปวิดีโอยังจะมีผลย้อนไปทำให้แหล่งที่เรารวบรวมวิดีโอไว้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Page, YouTube Channel หรือจะเป็นเว็บไซท์ของเราก็ตาม ค้นพบได้ง่ายขึ้น และมีคนเข้ามาดูมากขึ้นด้วย


Video บน YouTube

*ข้อควรระวัง วิดีโอออนไลน์ไม่ได้ต้องการความเนี้ยบเท่ากับรายการทีวีที่ต้องใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า (เพราะเวลามีจำกัดและแพง) แต่สำคัญที่ต้องมีเนื้อหาที่น่าสนใจ สนุก ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย หรือแปลกใหม่แหวกแนวไม่ซ้ำใคร รวมทั้งควรสร้างให้ดูน่าติดตามตั้งแต่ช่วงนาทีแรก ก่อนที่คนดูจะเปลี่ยนใจคลิกไปดูช่องอื่นหรือเว็บอื่นแทน

    ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของช่องทางการทำตลาดออนไลน์ ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้จำกัดอยู่แค่นี้ แต่จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีและสถานการณ์ ผู้ที่จะเข้ามาทำในเรื่องนี้ สรุปง่ายๆ คือต้องเป็นคนที่ "อิน" กับธุรกิจที่ทำอยู่พอสมควร รวมทั้งมีความตื่นตัวสูงมาก จึงจะสามารถพลิกแพลงเอาเรื่องราวต่างๆ มาพลิกแพลงนำเสนอและตอบโต้กับลูกค้าได้อย่างน่าสนใจตลอดเวลา