ทรัพยากรบุคคล

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การพัฒนาความรู้ความสามารถของเจ้าของกิจการ

   ธุรกิจ SMEs มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของประเทศไทย เจ้าของกิจการธุรกิจ SMEs จำนวนมากที่เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์โดยการเริ่มทำธุรกิจด้วยตนเองและทำคนเดียว หลายคนอาจไม่ได้เรียนมาสูงแต่มีความสามารถในด้านการผลิต เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆเจ้าของกิจการเหล่านี้ก็เริ่มมีปัญหาในการบริหารจัดการ การเริ่มต้นธุรกิจกับครอบครัวด้วยการใช้คนทำงานเพียงไม่กี่คนในตอนเริ่มแรกจะไม่พบปัญหาใดๆที่แก้ไขไม่ได้ แต่เมื่อมีการจ้างคนทำงานมากขึ้นถ้ายิ่งเกิดนกว่า 10 คนขึ้นไปปัญหาก็เริ่มตามมา ทำให้เจ้าของกิจการบางคนเริ่มท้อใจและอยากรักษาธุรกิจของตนเองให้อยู่ในระดับเดิมเพราะเกรงว่าจะควบคุมดูแลกิจการไม่ได้ ความคิดเหล่านี้ถือว่าขัดต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาชีพตนเองและเสียโอกาสที่ธุรกิจจะได้เติบโตในวันข้างหน้า มีหน่วยงานรัฐหลายแห่งที่ให้การสนับสนุนเจ้าของธุรกิจ SMEs และผู้ประกอบการในการพัฒนาความรู้ความสามารถในการบริหารธุรกิจ เช่นโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, โครงการปรับแผนธุรกิจของสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, โครงการเสริมสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจของกรมพัฒนาผู้ประกอบการ กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น

   เจ้าของกิจการที่รักความก้าวหน้าและต้องการที่ให้กิจการเจริญเติบโตจากขนาดกลางจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และมั่นคงต้องมีการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการต่างๆที่เหมาะกับความรู้ ความสามารถและความต้องการของตนเอง เจ้าของกิจการในยุคปัจจุบันควรต้องพัฒนาความรู้และความสามารถในเรื่องต่อไปนี้

1. พัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ

   การบริหารจัดการธุรกิจได้ดีจำเป็นต้องมีความรู้ด้านการบริหารตลาด บริหารบัญชีและการเงิน การบริหารจัดการทั่วไปและการบริหารด้านการผลิตหรือบริการ ความรู้ในสี่ด้านนี้สามารถเข้าอบรมสัมมนาได้ตามโครงการต่างๆของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐที่จัดให้อบรมและสัมมนาฟรีทุกปีงบประมาณ หากเจ้าของกิจการที่ไม่ได้จบการศึกษาในด้านบริหารจัดการมาก่อน อาจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มีการสอนในภาคค่ำหลังเวลาทำงานก็ได้ ความรู้เรื่องการจัดการมีความจำเป็นอย่างมากในการบริหารกิจการ เพื่อจะได้วางแผนธุรกิจ ควบคุมดูแลและนำพาธุรกิจให้ก้าวหน้าไปได้

2. พัฒนาความสามารถในทักษะต่างๆของผู้นำ 3 ทักษะ

   การสร้างทักษะผู้นำจะต้องพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการให้เป็นที่ยอมรับของลูกน้องและคนรอบข้างได้ การสร้างทักษะเป็นการสร้างปัญญาให้กับเจ้าของกิจการโดยเริ่มจากการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 10 แบบคือ การช่างสังเกต, การชอบบันทึก, ฝึกการนำเสนอ, รู้จักการรับฟัง, รู้จักการถาม, ชอบวิเคราะห์หาสาเหตุ, ค้นหาคำตอบที่อยากรู้จากแหล่งความรู้, รู้จักการเขียนด้วยการเรียบเรียงความคิด และสุดท้ายรู้จักการเชื่อมโยงเรื่องราวจนเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้

3. พัฒนาความสามารถด้านภาษา

   ในยุคที่โลกไร้พรมแดน ภาษาอังกฤษและภาษาจีน กลายเป็นภาษาที่สองที่เจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่มีความสามารถในการสื่อสารกับลูกค้าและผู้ขายสินค้าได้ทำให้มีความได้เปรียบกว่าเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ยังต้องใช้ล่ามหรือตัวแทนในการติดต่อกับต่างชาติ หากเจ้าของกิจการมีความตั้งใจที่จะนำพาธุรกิจสู่ความเป็นสากลก็จำเป็นต้องไปศึกษาและฝึกฝนในการพูดและเขียนภาษาอังกฤษให้มีความชำนาญซึ่งมีโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเปิดสอนให้กับผู้ใหญ่ที่ต้องการเรียนจำนวนมาก หากไม่สามารถเรียนรู้และใช้ภาษาต่างประเทศได้ก็จำเป็นต้องจ้างพนักงานที่มีความสามารถด้านภาษาแต่ก็มีความเสี่ยงในการลาออกหรือเปิดธุรกิจแบบเดียวกันมาแข่งขันในอนาคต

4. พัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

   ประเทศไทยอยู่ในช่วงพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการผลิตสินค้า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์เป็นและยังไม่ได้นำสมาร์ทโฟนมาใช้ให้เกิดมีประสิทธิภาพในการทำงานได้จำเป็นต้องไปเรียนเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่มีการสอนให้ใช้งานเป็นหรือจะไปเรียนตามสถาบันหลายแห่งที่จัดอบรมระยะสั้น ในอนาคตการแข่งขันธุรกิจจะใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้นมีการใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติเป็นผู้ช่วยในสายงานผลิต, มีการขึ้นรูปงานในระบบ 3 มิติ, มีการจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์เป็นต้น

5. พัฒนาความสามารถในด้านมนุษย์สัมพันธ์ ด้านจิตวิทยาและการสื่อสาร

   ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการควรหาความรู้ในด้านจิตวิทยาการจูงใจพนักงานและคนงานให้ทำงานของธุรกิจได้ตามเป้าหมาย และรู้จักการสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับลูกค้า ลูกน้องและสังคมเพื่อจะได้รับการยอมรับและได้รับความร่วมมือในการดำเนินกิจการให้ราบรื่นได้ ผู้ประกอบการที่ดีควรต้องรู้จักการสื่อสารที่ดีกับลูกน้องและลูกค้าเพื่อให้กิจการก้าวหน้าเติบโตในอนาคตด้วย ปัจจุบันมีหนังสือมากมายที่สอนเรื่อง HOW TO เกี่ยวกับการจูงใจ สื่อสารและสร้างสัมพันธ์ภาพกับผู้อื่นซึ่งผู้ประกอบการลองไปหาอ่านได้และเลือกหนังสือเล่มที่ชอบได้ที่ร้านหนังสือต่างๆทั่วไป

   การพัฒนาความรู้ความสามารถของเจ้าของกิจการไม่ใช่เรื่องยากที่จะพัฒนาเลย เพียงแต่เจ้าของกิจการต้องไม่ทำตัวเป็นแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มแก้วตลอดเวลา หากเจ้าของกิจการเป็นแก้วน้ำที่ยังเติมน้ำได้อยู่เสมอการพัฒนาความรู้ความสามารถตนเองก็จะพัฒนาได้รวดเร็วและทำให้ตนเองมีศักยภาพมากยิ่งขึ้นในการบริหารกิจการ นอกจากการเรียนรู้และพัฒนาด้วยตนเองแล้วเจ้าของกิจการยังควรสมัครเข้าร่วมกับโครงการต่างๆที่มีที่ปรึกษาธุรกิจซึ่งมีความชำนาญเฉพาะด้านมาให้คำปรึกษาและขอให้คุณกอบโกยความรู้และประสบการณ์จากที่ปรึกษาเหล่านั้นเพื่อจะได้ย่นระยะเวลาในการเรียนรู้ด้วยตนเองให้สั้นลง