ทรัพยากรบุคคล

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

บริหารทรัพยากรบุคคลกับการกำหนดข้อบังคับและวินัยในการทำงาน

    ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน ตลอดถึงผู้ประกอบการใหม่ มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องการกำหนดข้อบังคับและวินัยในหน่วยงาน ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างน้อยต้องเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ประกันสังคม

    วัตถุประสงค์หลักของของวินัยคือ เครื่องมือในการควบคุมความประพฤติของสมาชิกให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่หน่วยงานกำหนด หากสมาชิกคนใดฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษทางวินัย ในทางปฏิบัติ วินัยของหน่วยงานจะถูกนำมาใช้ต่อเมื่อพนักงานมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำถึงต่ำมาก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข หรือกรณีที่พนักงานฝ่าฝืนกฎระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงานซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ดังนั้นวินัย หรือ ข้อบังคับการทำงานสามารถนำไปใช้ทั้งในการลงโทษ (มาตรการเชิงลบ) และ การจูงใจ (มาตรการเชิงบวก)

    สำหรับช่วงวางแผนก่อนเริ่มธุรกิจ การกำหนดข้อบังคับการทำงานยังไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงของให้ผู้ประกอบการทำตามกฎหมายแรงงาน อาทิ

    1. ความสมบูรณ์ของการทำสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งตามกฎหมายระบุว่านายจ้างและลูกจ้างมีสิทธิที่จะแสดงเจตนาทำสัญญาจ้างงานกันโดยสามารถทำได้ทั้งที่เป็นหนังสือ หรือ ปากเปล่าก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งถ้าเกิดมีการกระทำที่ส่อไปในทางที่จะขัดต่อกฎหมายดังกล่าว ย่อมตกเป็นโมฆะ

    2. การคุ้มครองกำหนดเวลาในการทำงาน ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้กำหนดเวลาทำงานปกติของลูกจ้าง ในอาทิตย์หนึ่งทำกี่วัน ทำตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง เป็นกะ หรือ รอบเดียว ทั้งนี้ไม่ให้เกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีเกณฑ์การแบ่งได้ดังนี้

    3. สิทธิของลูกจ้างในการพักผ่อนระหว่างทำงาน ในวันทำงานปกตินายจ้างต้องกำหนดให้ลูกจ้างมีเวลาพักผ่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ภายหลังจากที่เริ่มทำงานเป็นไปแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง แต่นายจ้างกับลูกจ้างสามารถที่จะตกลงกันได้ว่า จะอนุญาติให้มีเวลาพักผ่อนน้อยกว่า 1 ชั่วโมงก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยไปกว่า 20 นาที และเมื่อนำมานับรวมกันแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ภายใน 1 วัน

    4. สิทธิของลูกจ้างในการมีวันหยุด โดยสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

      1) วันหยุดประจำสัปดาห์ เช่นหยุดวันเสาร์ วันอาทิตย์ หยุดวันเสาร์เว้นเสาร์ โดยกฎหมายกำหนดให้หยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน

      2) วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่า 13 วัน ต่อ 1 ปี ซึ่งถ้าวันหยุดตามประเพณีในวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ก็ให้ทำการเลื่อนวันหยุดตามประเพณีวันนั้นไปหยุดในวันทำงานถัดไป หรือ ที่เรียกว่าวันหยุดชดเชย

      3) วันหยุดพักผ่อนประจำปี กำหนดให้ลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี จึงมีสิทธิ์หยุดพักผ่อนประจำปี (ลาพักร้อน) ได้อย่างน้อย 6 วันทำงาน ทางผู้ประกอบการสามารถที่จะตกลงกับลูกจ้างได้ว่า หากไม่ลาจะให้ทบไปปีต่อไปหรือไม่? หรือ จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนพิเศษ)

    5. สิทธิการรับค่าทำงานในวันหยุด กฎหมายกำหนดไว้ว่าหากต้องการให้ลูกจ้างมาทำงานวันวันหยุด ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าจ้างปกติในวันทำงานสำหรับผู้ที่ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ และ 1 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ สำหรับลูกจ้างประจำที่กินเงินเดือน

    6. สิทธิในการลาของลูกจ้างที่ยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ

      1) ลาป่วยได้ไม่เกิน 30 วัน

      2) ลาเพื่อเข้ารับราชการทหารไม่เกิน 60 วัน (หลายแห่งโดยเฉพาะหน่วยงานใหญ่ ๆ จึงรับผู้ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว)

      3) ลูกจ้างที่เป็นสตรี และ กำลังมีครรภ์สามารถลาคลอดได้ทั้งก่อนและหลังจากคลอดแต่ต้องไม่เกิน 90 วัน

    7. สิทธิในการได้รับการคุ้มครองแรงงาน เช่น จะต้อง่ายเงินเดือนตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ยกเว้นลูกจ้างคนนั้นอยู่ในช่วงทดรองงาน ระยะเวลาการทดรองงานไม่เกิน 60 วัน จ่ายค่าล่วงเวลา 1.5 เท่าในวันธรรมดา และ 3 เท่าในวันหยุด อย่างไรก็ตามลูกจ้างไม่สามารถเบิกค่าล่วงเวลาได้หากหน่วยงานใช้ให้ไปทำงานนอกสถานที่ ตำแหน่งงานระดับผู้บริหาร อาทิ ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ หัวหน้างานก็ไม่มีสิทธิเบิกค่าล่วงเวลาเช่นกัน

    8. สิทธิได้รับเงินตอบแทน เมื่อลูกจ้างประสบอุบัติเหตุ หรือ เจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายในขณะทำงานมีสิทธิและสามารถได้รับเงินทดแทนจากหน่วยงาน

    9. ระเบียบวินัยในการทำงาน

    10. การลงโทษ เช่น จงใจขัดคำสั่ง หรือ ทำการละเลยไม่ทำงานคำสั่ง ละทิ้ง/ทอดทิ้งหน้าที่และงานที่รับผิดชอบ ทำผิดความผิดร้ายแรง ทำงานอื่นโดยไม่สนใจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

    11. การเลิกจ้าง หน่วยงานสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใด ๆ ให้ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้าง ทำการทุจริตในหน้าที่ กระทำความผิดทางอาญาอันส่งผลให้เจ้าของและหน่วยงานได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนกฎระเบียบในการทำงานของทางบริษัท ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วัน การทำงานโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โดยรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วว่าให้จำคุก

    การเลิกจ้างสำหรับพนักงานประจำ จำเป็นต้องบอกกล่าวด้วยวาจาอย่างน้อย 1 - 2 เดือน ก่อนที่จะทำการเลิกจ้างเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญาและทำาการจ่ายค่าจ้างจนครบจำนวน

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง :

    • “กฎหมายแรงงานที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้” จาก inquity.com

    • “กฎหมายแรงงาน เรื่องใกล้ตัวที่นายจ้าง-ลูกจ้างควรรู้” จาก hilight.kapook.com

    • “กฎหมายแรงงานที่ผู้ประกอบการมือใหม่ควรรู้” จาก th.jobsdb.com

    • “สิทธิตามกฎหมายแรงงาน” จาก mol.go.th

    • ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์”

    • วนิดา วาดีเจริญ ดร.อธิวัฒน์ กาญจนวณิชย์กุล และ รศ.ดร.สมบัติ ทีฆทรัพย์ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์ : จากแนวคิด ทฤษฎี สู่ภาคปฏิบัติ”