ทรัพยากรบุคคล

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย

    ภาครัฐได้ออกพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 เพื่อดป็นกฎหมายใช้บังคับให้นายจ้างต้องให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานให้นายจ้าง โดย พ.ร.บ.เงินทดแทน หมวดที่ 2 กำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทนให้ลูกจ้าง ดังต่อไปนี้

    1. กรณีลูกจ้างประสบเหตุอันตราย เจ็บป่วย หรือ เสียชีวิต พระราชบัญญัติเงินทดแทนกำหนดให้นายจ้างจะต้องมีหน้าที่ปฏิบัติต่อลูกจ้าง ดังนี้

    • กรณีที่ลูกจ้างประสบเหตุอันตรายในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของนายจ้าง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างโดยไม่ชักช้า ตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น (มาตรา 13)

    • ภายหลังการเข้ารับการรักษาตัว หากลูกจ้างจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ให้นายจ้างจ่ายค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้างตามความจำเป็นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 15)

    • ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตราย หรือ เจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย สูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพของลูกจ้างเป็นจำนวน 100 เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้าง ขั้นต่ำรายวันตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน (มาตรา 16) ถ้าค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน 310 บาท ดังนั้นค่าทำศพจึงเป็นเงินจำนวน 31,000 บาท

    2. กรณีที่ลูกจ้างสูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพ พระราชบัญญัติเงินทดแทนกำหนดให้นายจ้างจะต้องมีหน้าที่ปฏิบัติต่อลูกจ้าง ดังนี้

    • ในกรณีที่ลูกจ้างสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวน 60% ของค่าจ้างรายเดือน โดยจ่ายตามประเภทของการสูญเสียอวัยวะ และ ตามระยะเวลาที่ต้องจ่ายให้ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมกำหนด แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 18) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ที่ ประเภทการสูญเสียอวัยวะ จำนวน ระยะเวลา
ที่ต้องจ่ายค่าทดแทน
1 แขนขาด 1 ข้าง 10 ปี
2 ขาขาด 1 ข้าง 6 ปีกับ 8 เดือน
3 มือขาด 1 ข้าง 9 ปี
4 เท้าขาด 1 ข้าง 4 ปีกับ 8 เดือน
5 เท้าขาด 2 ข้าง 10 ปี
6 หูหนวก 2 ข้าง 5 ปีกับ 10 เดือน
7 หูหนวก 1 ข้าง 2 ปีกับ 8 เดือน
8 นิ้วหัวแม่มือขาด 1 นิ้ว 3 ปีกับ 8 เดือน
9 นิ้วชี้ขาด 1 นิ้ว 2 ปีกับ 4 เดือน
10 นิ้วกลางขาด 1 นิ้ว 1 ปีกับ 10 เดือน
11 นิ้วนางขาด 1 นิ้ว 10 เดือน
12 นิ้วก้อยขาด 1 นิ้ว 6 เดือน
13 นิ้วหัวแม่เท้าขาด 1 นิ้ว 10 เดือน
14 นิ้วเท้าอื่น 1 นิ้ว 3 เดือน
15 สูญเสียลูกตา 1 ข้าง 4 ปีกับ 5 เดือน
16 สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็น 90% ขึ้นไป 3 ปีกับ 5 เดือน

    • ในกรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพ พระราชบัญญัติเงินทดแทน มาตรา 18 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวน 60% ของค่าจ้างรายเดือนแก่ลูกจ้าง เป็นระยะเวลา 15 ปี

    • กฎหมายกำหนดข้อยกเว้น โดยนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินทดแทนใด ๆ ให้แค่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างเสพของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดอื่นจนไม่สามารถครองสติได้ กรณีที่ลูกจ้างจงใจให้ตนเองประสบอันตราย หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนประสบอันตราย (มาตรา 22) อย่างไรก็ตาม ไม่มีความเป็นไปได้ที่ลูกจ้างจงใจกระทำให้ตนเองได้รับอุบัติเหตุ นอกจากลูกจ้างจะกระทำลงไปด้วยความประมาทเลินเล่อ ซึ่งนายจ้างคงไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือ ปฏิเสธการจ่ายค่าตอบแทนได้ การยื่นคำร้องขอรับค่าทดแทน กรณีที่ลูกจ้างประสบอุบัติเหตุ

    • เมื่อลูกจ้างประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ หรือ สูญหายในขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้นายจ้างแจ้งประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือ สูญหายต่อสำนักงานกระทรวงแรงงานในท้องที่ที่ลูกจ้าง หรือ นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ ภายใน180 วัน นับจากวันเกิดเหตุ (มาตรา 49 หมวด 6)

    • เมื่อได้รับแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือ สูญหาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างโดยมิชักช้า ภายใน 7 วัน นับจากวันที่นายจ้างทราบ หรือ ได้รับทราบคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ โดยจ่ายเงินทดแทนดังกล่าว ณ ที่ทำงานของลูกจ้าง หรือที่สำนักงานกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่ฝ่ายนายจ้าง และ ลูกจ้างตกลงกัน (มาตรา 50 หมวด 6)

    • ในกรณีที่การเจ็บป่วยเกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง กฎหมายให้สิทธิลูกจ้างในการยื่นคำร้อง ขอรับเงินทดแทนจากนายจ้างต่อสำนักงานกระทรวงแรงงาน ในเขตท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือ ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ ภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่รับทราบอาการเจ็บป่วย (มาตรา 51 หมวด 6)

    • ในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือ ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ไม่พอใจคำสั่ง คำวินิจฉัย หรือ การประเมินเงินสมทบของพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้อำนาจแก่บุคคลดังกล่าว ในการมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำวินิจฉัย (มาตรา 53 หมวด 6) หากผุ้อุทธรณ์ไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด

    • ในกรณีที่นายจ้างผู้ถูกวินิจฉัยให้จ่ายค่าทดแทน มีความประสงค์นำคดีไปสู่ศาลแรงงาน ผู้นำคดีไปสู่ศาลผู้นั้น ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนเงินที่กำหนดจ่ายตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้ และเมื่อคดีความถึงที่สุด นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ้ายเงินทดแทนตามคำพิากษาของศาล โดยศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้าง หรือผู้นำคดีสู่ศาลวางเงินไว้แก่สำนักงานแรงงาน เพื่อให้สำนักงานนำเงินจำนวนดังกล่าวจ่ายให้แก่ลูกจ้าง หรือ ผู้มีสิทธิรับเงินทดแทน ต่อไป