การเงินและบัญชี

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

หลักเกณฑ์การพิจารณาการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน

    ผู้ประกอบการมักสงสัยว่าทำไมการขอสินเชื่อหรือขอเงินกู้ถึงได้ยุ่งยากมากนัก เวลาไปพบเจ้าหน้าที่ธนาคารก็จะมีการตั้งคำถามมากมาย ถามทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็ไม่เห็นอนุมัติให้วงเงินกู้เลย การพิจารณาให้สินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศก็มีหลักเกณฑ์คล้ายๆกันโดยทั่วไปจะใช้หลักเกณฑ์สองหลักเกณฑ์ในการให้สินเชื่อมาพิจารณา เมื่อผู้ขอสินเชื่อผ่านหลักเกณฑ์ที่หนึ่งแล้วเจ้าหน้าที่สินเชื่อก็จะไปวิเคราะห์ในหลักเกณฑ์ที่สองต่อไปคือ

  • หลักเกณฑ์ 3 P
  • หลักเกณฑ์ 5 C

1. หลักเกณฑ์ 3 P ประกอบไปด้วย Purpose, Payment, Protection

Purpose (วัตถุประสงค์ในการกู้เงิน) ผู้กู้จะนำเงินกู้ไปทำอะไรแล้วเกี่ยวกับกิจการหรือไม่ ให้ไปแล้วจะช่วยให้กิจการมีกำไรมากขึ้นหรือไม่
    - วัตถุประสงค์ควรเป็นสิ่งที่ดี ไม่ผิดกฎหมายหรือจารีตและศีลธรรม
    - วัตถุประสงค์ต้องไม่มีความเสี่ยงที่สูงเกินไป
    - วัตถุประสงค์ควรจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและทำให้กิจการมีผลดำเนินการที่ดีขึ้น

Payment (การชำระเงินกู้) พิจารณาดูแหล่งที่มาของการชำระคืนเงินกู้ และระยะเวลาการชำระคืน
    - มีความสามารถในการชำระคืนในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่
    - มีความสามารถในการชำระคืนภายใต้ภาวะวิกฤติหรือเศรษฐกิจตกต่ำหรือไม่
    - พฤติกรรมการชำระเงินที่ผ่านมาในอดีต มีปัญหาการชำระเงินคืนจากที่อื่นไหม มีวินัยการเงินหรือไม่

Protection (การป้องกันความเสี่ยง) มีหลักประกันหรือบุคคลค้ำประกัน
    - มีความสามารถในการเพิ่มทุนหรือไม่ หากเกิดภาวะขาดทุนติดต่อกันจนทุนติดลบ

2. หลักเกณฑ์การวิเคราะห์สินเชื่อด้วย 5 C คือ ให้หลักการดู Character, Capacity, Capital, Collateral, Condition

    เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อมักใช้หลักเกณฑ์นี้ในการวิเคราะห์ ซึ่งนิยมใช้กันมานานแล้วโดยเริ่มจาก

Character (บุคลิก ลักษณะและความตั้งใจจริงของผู้กู้)
    - ดูภูมิหลังของเจ้าของ ดูการศึกษาและตำแหน่งหน้าที่ในสังคม บุคลิกลักษณะและแนวคิด
    - ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ชื่อเสียงในการทำงานของกิจการและเจ้าของ
    - ประวัติการใช้เงินกู้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา
    - ประวัติการใช้เงินกู้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา

Capacity (ความสามารถในการทำกำไรและการชำระหนี้)
    - ดูยอดขายและความสามารถในการทำกำไร ผลการดำเนินงานของกิจการ
    - กระแสเงินสดสุทธิเพียงพอกับการผ่อนชำระหรือไม่
    - ลักษณะและขนาดของธุรกิจ
    - นโยบายการบริหาร วิสัยทัศน์ เป้าหมายของกิจการ
    - มีศักยภาพในการแข่งขันหรือไม่และยังมีช่องว่างทางการตลาดให้เข้าไปหรือไม่

Capital (เงินทุนของเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น)
    - ดูโครงสร้างเงินทุน
    - ดูทรัพย์สินถาวรของเจ้าของและผู้ถือหุ้น
    - ดูภาระการติดจำนองและคดีความต่างๆที่เจ้าของกิจการถูกดำเนินคดี
    - ดูหนี้สินและทรัพย์สินของกิจการ

Collateral (หลักค้ำประกัน) เพื่อป้องกันหนี้สูญ สถาบันการเงินจะขอหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน
    - ดูประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
    - ใช้สิทธิการเช่าเป็นหลักประกัน
    - โอนหุ้นสามัญ หุ้นกู้เป็นหลักประกัน
    - ใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นหลักประกัน
    - บุคคล/นิติบุคคลเป็นผู้ค้ำประกัน
    - โอนสิทธิรับเงินจากสัญญาจ้างงานเป็นหลักประกัน

Condition (สภาวการณ์และสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ) มักวิเคราะห์ถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศและธุรกิจที่มาขอสินเชื่อเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงด้วย
    - ดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในธุรกิจนี้หรือไม่
    - เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
    - สภาวะทางการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ
    - สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม
    - นโยบายการค้าระหว่างประเทศ
    - ระเบียบศุลกากรและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

    ผู้ประกอบการที่ทราบถึงหลักเกณฑ์ทั้ง 3P และ 5C แล้วลองนำไปวิเคราะห์ตนเองก่อนที่จะไปขอสินเชื่อธนาคารเพื่อหาแนวทางในการตอบคำถามที่ทางเจ้าหน้าที่จะถามเพื่อวิเคราะห์ทั้งสองหลักเกณฑ์ หากผู้ประกอบการได้เตรียมตัวไว้ก่อนให้ได้ตามหลักเกณฑ์ทั้งสอง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการขอสินเชื่อ หากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อให้ก็ลองสอบถามดูว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อไหนเพื่อที่จะหาทางแก้ไขและปรับปรุงต่อไปได้