กรณีศึกษา:

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

SMEs Case Study #แผนกตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้า

    การดำเนินงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและกำหนดวิธีการทำงานที่เป็นมาตรฐานให้กับแผนกตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้า โดยใช้เทคนิคของการศึกษาการเคลื่อนไหวและเวลา เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและใช้หาแนวทางในการปรับปรุงวิธีการทำงานให้เป็นมาตรฐาน ในการศึกษาครั้งนี้ได้ทำการบันทึกข้อมูล และวิเคราะห์กระบวนการและกิจกรรมในการทำงานด้วยแผนภูมิกระบวนการไหล และแผนภูมิคน-เครื่องจักร พร้อมทั้งประยุกต์ใช้หลักการ ECRS ในการหาแนวทางเพื่อปรับปรุงวิธีการทำงาน หลังจากการศึกษาวิธีการทำงานแล้วจึงได้จัดทำเวลามาตรฐานพร้อมกับปรับปรุงวิธีการทำงานในการปฏิบัติงาน ส่งผลทำให้แผนกตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้าสามารถเพิ่มจำนวนเสื้อผ้าที่ตรวจสอบได้ จากเดิมมีเวลามาตรฐานเท่ากับ 233.43 วินาที/ชิ้น ลดลงเป็น 143.60วินาที/ชิ้น และสามารถเพิ่มปริมาณเสื้อที่ทำการตรวจสอบจากเดิม 774 ชิ้น/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 1,206 ชิ้น/วัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของทางบริษัทที่ได้กำหนดไว้คือไม่น้อยกว่า 1,200 ชิ้น/วัน และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเดิม 52.16% เป็น 54.44%

    จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในแผนกตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้าของหน่วยงาน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาพบว่า ทางหน่วยงานต้องการเพิ่มผลผลิตให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 774 ชิ้น/วัน เป็น 1,200 ชิ้น/วัน โดยมีเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน มีพนักงานในแผนกตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้าจำนวน 6 คน และมีพนักงานที่ทำหน้าที่ยกกล่องเสื้อผ้าให้กับพนักงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้าจำนวน 1 คน จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การทำงานของพนักงานในแผนกตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้ายังไม่มีวิธีการทำงานที่เป็นมาตรฐาน และยังไม่ได้มีการกำหนดเวลามาตรฐานในการทำงานอีกด้วย จึงส่งผลทำให้ไม่ได้ผลผลิตตามเป้าหมายที่ทางหน่วยงานได้วางแผนไว้ ทั้งนี้สามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานโดยสังเขปของหน่วยงานดังกล่าว ได้ดังรูปที่ 1

    ดังนั้น ในการดำเนินงานในครั้งนี้จึงต้องการที่จะ ทำการศึกษาวิธีการทำงานของหน่วยงาน และทำการปรับปรุงการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน และเพื่อทำให้พนักงานของหน่วยงานดังกล่าวมีวิธีการทำงานที่ง่ายขึ้น สามารถลดความเมื่อยล้าในระหว่างการทำงานของพนักงานได้มากขึ้น สามารถลดเวลาในตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้าแต่ละชิ้นให้น้อยลง สามารถวางแผนการทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งยังสามารถนำวิธีการทำงานที่เป็นมาตรฐานดังกล่าวมาจัดทำเป็นคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อใช้ในการฝึกอบรมให้กับพนักงานให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น รวมทั้งยังส่งผลทำให้หน่วยงานสามารถเพิ่มผลผลิตให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้าได้อีกด้วย

วิธีการดำเนินงาน

    ในการดำเนินงานเริ่มต้นจาก นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาข้อมูลภายในหน่วยงานดังกล่าวมาทำการวิเคราะห์ด้วยการตั้งคำถามลักษณะปลายเปิด 5W+1H และนำผลที่ได้มาหาแนวทางแก้ไขด้วยหลักการ ECRS ซึ่งส่งผลทำให้สามารถลดขั้นตอนการปฏิบัติงานในส่วนงานที่เกินความจำเป็น และงานไร้ประสิทธิภาพออกไปได้ พร้อมทั้งได้เสนอแนะอุปกรณ์ทุ่นแรง เพื่อลดเวลาการทำงานและทำการหาเวลามาตรฐานอีกด้วย ทั้งนี้สามารถสรุปขั้นตอนในการดำเนินงานในครั้งนี้ได้ดังนี้

    1) ศึกษาสภาพโดยทั่วไปของหน่วยงาน

    2) ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้า เพื่อนำมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานในปัจจุบัน

    3) ศึกษาทฤษฎีและสำรวจงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน

    4) นำแนวทางที่ทำการศึกษามาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    5) ติดตามผลการดำเนินงานหลังจากการดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานตามแนวทางที่ได้ศึกษาไว้ในข้างต้น และทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อน และ หลังการปรับปรุงการทำงาน

    6) สรุปผลการดำเนินงาน และให้ข้อเสนอแนะที่ได้จากการดำเนินงานวิจัย

ผลการดำเนินงาน

    จากการปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยการลดการเคลื่อนที่ และออกแบบอุปกรณ์ทุ่นแรงเพื่อลดเวลาการทำงาน ผลที่ได้คือ สามารถลดเวลาการทำงาน และเพิ่มผลผลิตได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานเพิ่มขึ้น โดยสามารถสรุปข้อมูลได้ดังนี้

    ในส่วนของแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ประกอบด้วย

    1) การลดการเคลื่อนที่ของพนักงาน : สามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการนำหลักการ ECRS มาประยุกต์ใช้ โดยมีแนวคิดให้พนักงานที่ทำหน้าที่ยกกล่อง นำเสื้อผ้าที่ต้องการ QC มาวางให้พนักงาน QC เลย เมื่อพนักงาน QC เสร็จ ก็จะวางแยกชิ้นงานดังกล่าวนั้นไว้ต่างหาก หลังจากนั้นพนักงานยกกล่องก็จะนำเสื้อผ้าที่ QC เสร็จแล้วใส่ลงในกล่องดังเดิม เพื่อง่ายต่อการทำงานและจะช่วยให้สามารถลดเวลาในการเคลื่อนที่ของพนักงานลงได้

    2) การลดเวลาการทำงาน : ดำเนินการแก้ไขโดยนำงานย่อยที่มีเวลาการทำงานมาก นำมาวิเคราะห์ด้วยการตั้งคำถาม 5W-1H และนำผลที่ได้มาหาแนวทางแก้ไขด้วยหลักการ ECRS ซึ่งส่งผลทำให้ผู้วิจัยมีแนวคิดในการจัดทำอุปกรณ์ช่วยในการพับผ้า ดังรูปที่ 2 ซึ่งช่วยทำให้มีการทำงานของพนักงานง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้มีเวลามาตรฐานในการทำงานลดลง ซึ่งสามารถสรุปผลการดำเนินงานดังกล่าวได้ดังตาราง

รูปที่ 2. วิธีใช้อุปกรณ์ทุ่นแรงในการพับผ้า

สรุปผลการดำเนินงาน

    จากการดำเนินงานเพื่อหาแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มผลผลิตในสายการผลิต จากการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่า หน่วยงานยังไม่มีวิธีการทำงานที่เป็นมาตรฐานและเวลามาตรฐานในการทำงาน ไม่มีเวลากำหนดการทำงานให้กับพนักงาน ผลผลิตจึงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ทางหน่วยงานต้องการ ดังนั้นทางผู้วิจัยจึงทำการเก็บข้อมูลของกระบวนการทำงานดังกล่าว และนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุด้วยการนำเทคนิคการตั้งคำถาม 5W-1H มาประยุกต์ใช้ แล้วจึงนำหลักการ ECRS มาใช้ในการหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานของพนักงาน ส่งผลทำให้จากเดิมซึ่งมีเวลามาตรฐานเท่ากับ 233.43 วินาที/ชิ้น ลดลงเป็น 143.60วินาที/ชิ้น และสามารถเพิ่มปริมาณเสื้อที่ทำการตรวจสอบจากเดิม 774 ชิ้น/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 1,206 ชิ้น/วัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของทางบริษัทที่ได้กำหนดไว้ คือไม่น้อยกว่า 1,200 ชิ้น/วัน และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเดิม 52.16% เป็น 54.44%