กรณีศึกษา:

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

SMEs Case Study #บริษัท ต หมุกระจกโคราช จำกัด

1. ข้อมูลกิจการ

ชื่อกิจการ: บริษัท ต.หมูกระจกโคราช ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด
ที่อยู่ 368  หมู่ที่ 17 ต.หนองนาคำ  อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 4100
โทรศัพท์: 061-514-7899
โทรสาร : -
E-mail: t_mookajok@hotmail.com
Web site: http://www.t-mookajok.com/index.php
ปีที่เริ่มกิจการ: 16/07/2556
เงินลงทุน: 1.0 ล้านบาท
คณะกรรมการ: นายธนพงศ์ปกรณ์ สิงหเสนา
ผู้ถือหุ้นหลัก: นายธนพงศ์ปกรณ์ สิงหเสนา
ผู้ประสานงาน: นายธนพงศ์ปกรณ์ สิงหเสนา
พื้นที่โรงงาน: 1 ไร่ 2 งาน
รูปแบบธุรกิจ: บริษัทจำกัด
ประเภทอุตสาหกรรม: การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น
รูปแบบกระบวนการผลิตหลัก  ต้มหนังหมูแผ่น -->ทำการหันด้วยเครื่องหัน---> ผสมเครื่องปรุงรส--->ทำการทอดครั้งที่ 1--->เก็บทิ้งไว้ให้เย็นตัว 1 คืน --->ทำการทอดครั้งที่ 2--->ทิ้งไว้ให้เย็นตัว--->ทำการบรรจุผลิตภัณฑ์--->จัดจำหน่าย
กำลังการผลิต: สามารถทอดหนังหมูแผ่นได้สูงสุดวันละ 300 กิโลกรัม
ผลิตภัณฑ์หลักและสัดส่วน:  หมูกระจก รสต้มยำ 100%
ลูกค้าหลักและสัดส่วน: ขายส่งทั่วประเทศ 70%
ขายปลีกในพื้นที่ใกล้เคียง 20%
ส่งออกต่างประเทศ (ประเทศจีน ผ่านทางตัวแทนจัดจำหน่าย) 10%
ยอดขาย: ปี 2556   2  ล้านบาท, ปี 2557  2  ล้านบาท, ปี 2558  3  ล้านบาท
พนักงาน: ปี 2557 28 คน, ปี 2558 28 คน, ปี 2559 28 คน (ประมาณการ)

2. ผลิตภัณฑ์

    หมูกระจก รสต้มยำ

3. ความเป็นมาของกิจการ/แรงบันดาลใจ

    บริษัท ต.หมูกระจกโคราช ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งดำเนินการจดทะเบียนบริษัท ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อผลิตและจำหน่ายหมูกระจก รสต้มยำ ซึ่งมีคุณธนพงศ์ปกรณ์ สิงหเสนา เป็นกรรมการผู้จัดการ ทางบริษัทฯ ได้พยายามคิดค้นและปรับปรุงสูตรในการทำหมูกระจก จนสามารถค้นพบสูตรเฉพาะของทางบริษัทเองที่ไม่เลี่ยน และไม่เหม็นหืน สามารถทานได้เรื่อยๆ เพลินๆ อร่อยจนต้องขอเพิ่มอีกซอง โดยเริ่มต้นจากการเปิดร้านขายหมูกระจก และใช้ชื่อว่า ต.หมูกระจกโคราช ในวันที่ 2 มิถุนายน 2552 เป็นต้นมา บริษัทกำหนดเป้าหมายการส่งสินค้าออกไปยังตลาด AEC โดยมีประเทศเป้าหมายในการส่งออกผลิตภัณฑ์หมูกระจก รสต้มยำ ไปจัดจำหน่าย คือ ประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา และจีน

4. กิจกรรมที่ดำเนินการที่ประสบผลสำเร็จ

    1. จัดทำแผนการตลาดและกลยุทธ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

    2. การลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต

จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ไว้ดังนี้

    1. ศึกษาตลาด ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าต่างประเทศในตลาดภูมิภาค AEC

    2. จัดทำแผนการตลาดและกลยุทธ์อย่างเป็นรูปธรรม

    3. เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมจากภาครัฐในส่วนของการทดลองนำสินค้าไปวางตลาดในต่างประเทศ ได้แก่ พม่า และลาว

    4. แนะนำแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยค้นหาความสูญเปล่า 7 ประการในกระบวนการผลิต รวมทั้งแนวทางในการวิเคราะห์สาเหตุ และกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

    5. วิเคราะห์กระบวนการผลิต และค้นหาความสูญเสียในกระบวนการผลิตตลอดกระบวนการผลิตในทุกผลิตภัณฑ์

    6. คัดเลือกความสูญเปล่าที่ต้องแก้ไขเป็นกรณีเร่งด่วน พร้อมวิเคราะหาสาเหตุและกำหนดแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความสูญเสียที่พบภายใต้กระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

    7. ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขความสูญเสียที่พบ

    8. ดำเนินการติดตามผลการแก้ไขตามแนวทางที่ได้ระบุไว้

5. ผลลัพธ์ที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการ

    โดยผลที่ได้จากการดำเนินงาน คือ ได้คู่ค้าเพิ่มขึ้นจากประเทศลาว และพม่า และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจากเดิม 80,000 บาท จากการส่งสินค้าไปทดลองวางตลาดที่ประเทศจีน และสามารถลดต้นทุนต่อหน่วยสินค้าลง ได้ 10% จากการนำเทคนิคการลดความสูญเปล่า 7 ประการในกระบวนการผลิตไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน