ช่วงวางแผนธุรกิจ

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การคิดจะทำธุรกิจ

“ก้าวแรกของการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ จะเริ่มอย่างไรดี”

เป็นคำถามยอดฮิตที่ผู้ประกอบการรายใหม่มักชอบถามกัน เพราะส่วนใหญ่คนที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจมักเป็นนักศึกษาเพิ่งจบ หรือคนทำงานที่เบื่องานและอยากออกจากงานมาทำธุรกิจส่วนตัว รวมทั้งผู้อยู่ในวัยใกล้เกษียณที่ยังมีไฟอยู่ แต่เกือบ 95%ของคนเหล่านี้ ไม่รู้ว่าจะขายสินค้าอะไรดี หรือผลิตอะไรดี และจะเริ่มตรงไหน หาเงินลงทุนที่ไหน ฯลฯ ดังนั้นเราลองมาเริ่มต้นอย่างมีขั้นตอนที่ง่ายๆและเริ่มแบบเสี่ยงน้อยก่อนดีไหม ผู้เขียนขอนำ (Step) ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจมาใส่เป็นภาพให้พอนึกออกว่าจะเริ่มต้นจนได้ทำธุรกิจได้จริงมีกี่ก้าวย่าง (step) ตามภาพข้างล่างนี้

จากภาพข้างบน ก่อนที่ได้เราจะได้เริ่มธุรกิจนั้น มีขั้นตอนที่เราต้องก้าวก่อนถึง 5 ก้าว โดยก้าวที่หนึ่งคือ การมีไอเดียธุรกิจ( business idea) นั้นเอง การจะคิดขายอะไรเราก็ควรที่จะมีวิธีการประเมินตัวเอง ว่าเรานี้มีความรู้ ความสามารถ ความชอบอะไรบ้าง การประเมินตัวเองก็เหมือนการสำรวจตัวเรานั้นเองว่าเรามีความพร้อมแค่ไหนในการเริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีหลักการประเมินตัวเองดังนี้

  • ความรู้ คือสิ่งที่เราเรียนมา จบการศึกษามา หรือไปอบรมพิเศษมา เช่นคนที่จบบัญชีมาก็ควรคิดเรื่องเปิดบริษัทรับทำบัญชี, คนที่เคยไปเรียนออกแบบหรือตัดเย็บเสื้อผ้าก็ควรไปตัดเย็บเสื้อผ้าขายหรือออกแบบและจ้างผู้อื่นเย็บเสื้อผ้า กระเป๋าได้ สำหรับคนที่จบด้านเคมี ก็สามารถไปทำเครื่องสำอางขายได้ อย่างนี้เป็นต้น
  • ประสบการณ์ ผู้ที่อยากเริ่มเป็นเจ้าของกิจการมักจะผ่านประสบการณ์มามากมายจนอยากจะเป็นเจ้าของเอง ก็สามารถนำประสบการณ์ที่เคยทำงานให้กับผู้อื่นมาใช้ได้ เช่นเคยเป็นช่างที่โรงกลึงก็มาเปิดโรงกลึงของตนเอง, เคยเป็นพ่อครัวในร้านอาหารก็สามารถเปิดร้านเองได้,เคยเป็นลูกจ้างในร้านเสริมสวยก็เปิดร้านเสริมสวยเองได้ การที่เรานำประสบการณ์ที่เคยเรียนรู้มาใช้ในการทำธุรกิจจะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาและมีความเสี่ยงที่น้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย
  • พรสวรรค์และความถนัด เรื่องของพรสวรรค์และความถนัดนั้นจะมีความได้เปรียบเหนือประสบการณ์เพราะเราจะทำสิ่งนั้นได้ดีกว่าผู้อื่นเนื่องจากเรามีพรสวรรค์ความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ดังนั้นธุรกิจที่เจ้าของใช้พรสวรรค์หรือความถนัดมักประสบความสำเร็จมีกำไรดีกว่าการใช้ประสบการณ์อย่างเดียว ยกตัวอย่าง คนที่มีพรสวรรค์ในการทำอาหารและขนมได้อร่อยก็จะได้เปรียบกว่าคนที่เรียนทำอาหารมาหรือขายอาหารมานาน ขนมและร้านอาหารดังๆที่ขายดีจำนวนมากและมีรสชาติที่ไม่เหมือนใครมักมาจากพรสวรรค์ของเจ้าของกิจการ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนประสบมาคือคนที่เรียนจบสูงๆระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ แต่ไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนกลับไปเปิดโรงเรียนสอนเปียโนซึ่งเป็นความถนัดและเป็นพรสวรรค์ของตนเอง ถ้าเราสามารถค้นหาพรสวรรค์ ความถนัด และความเชียวชาญของเราได้ เราก็สามารถทำธุรกิจที่ได้เปรียบคู่แข่งขันอย่างแน่นอน
  • ความชอบ คนเรามักจะทำอะไรได้นานและคงทนได้ต้องมีความชอบในสิ่งนั้น คือมี job satisfaction นั่นเอง ดังนั้นการทำธุรกิจก็เช่นกัน ถ้าเรารักและชอบที่จะทำสิ่งนั้นเราก็จะไม่เบื่อจะอดทนในการทำไปเรื่อยๆ รวมทั้งจะพยายามพัฒนาศักยภาพตนเองให้รู้มากขึ้น เช่นเรารักสัตว์เลี้ยงประเภทหมาและแมว เราก็อาจเหมาะที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับหมา แมวได้ เช่น ผลิตคุกกี้สำหรับหมา แมวออกขาย หรือ ตัดเย็บเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับให้หมาแมว หรือเปิดร้านรับเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นต้น สิ่งที่เราชอบจะทำให้เราไม่เบื่อและรักที่จะทำไปเรื่อยๆ ก็เหมือนเรารักใครสักคน เราก็จะทนเขาและดูแลเอาใจใส่เขานั่นเอง
  • เครือข่าย หรือ Connection เราต้องใช้ความคิดอย่างหนักในเรื่องนี้โดยเริ่มจากเครือข่ายหรือ connection ใกล้ตัวก่อนว่าพ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิท ครอบครัวเรา มีธุรกิจอะไร ผลิตอะไร ปลูกอะไร ที่เราสามารถนำไปขายหรือผลิตต่อได้ เพื่อได้เปรียบคนอื่นในเรื่องต้นทุนและการขาดแคลนวัตถุดิบ เช่นเรามีลูกพี่ลูกน้องผลิตถุงมือยางพารา เราก็สามารถเป็นตัวแทนขายด้วยการตกลงราคาที่ต่ำกว่าผู้อื่นรวมทั้งเราก็ยังได้เปรียบในเรื่องของการที่ไม่ต้องสต๊อกสินค้าไว้ ทำให้เราสามารถนำไปเสนอขายตามบริษัทที่ต้องใช้ถุงมือยางจำนวนมากเช่นธุรกิจอาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูปทั้งหลายซึ่งเราจะได้เปรียบผู้ขายอื่นที่ไม่มีลูกพี่ลูกน้องผลิตถุงมือยางพาราอย่างแน่นอน เมื่อเราสำรวจคนใกล้ตัวในเรื่องการทำธุรกิจหมดแล้ว ก็ลองคิดไปถึงการใช้เครือข่ายคนที่ไกลตัวออกไปได้อีก เช่นเพื่อนสนิท หัวหน้าเก่า เพื่อนที่ทำงานปัจจุบัน เพื่อนนักเรียน หรือกลุ่มเครือข่ายที่เราเป็นสมาชิกอยู่เพื่อหาสิ่งที่เราจะได้เปรียบผู้อื่นได้

วิธีการประเมินตนเองอย่างง่ายๆตามห้าข้อที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการที่เราจะประเมินว่าเรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน และเป็นการที่เราคิดว่าจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยการขายอะไรที่ทำให้เรามีโอกาสเกิดได้มากที่สุด เพียงแต่ขอให้ผู้จะเริ่มควรเริ่มต้นจดลงในบันทึกส่วนตัวว่ามีธุรกิจอะไรบ้างเพื่อเรามาคัดสรรต่อไปว่าธุรกิจใดที่เหมาะสมมากที่สุดเพื่อลดความเสี่ยง หากการคิดและไม่จดไว้เป็นตัวหนังสือเราก็จะคิดวนเวียนเพราะมีธุรกิจที่น่าสนใจใหม่เราก็ลืมสิ่งที่เรามีพรสวรรค์ มีความถนัด มีความชอบ หรือมีประสบการณ์เสียหมด