ช่วงวางแผนธุรกิจ

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

เงินลงทุนที่ต้องใช้

“ต้องใช้เงินลงทุนมากไหม ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ”

เรื่องของเงินลงทุนในการทำธุรกิจ จะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะทำธุรกิจประเภทใด เป็นธุรกิจ ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก เช่นร้านขายกาแฟสดอย่างเดียวก็มีทั้งขนาดเล็กที่เป็นซุ้มเล็กๆ ขายตามตลาดนัดจนร้านกาแฟใหญ่ๆที่อยู่ตามห้างและมีเก้าอี้หรูๆให้นั่งสบายๆซึ่งมีการขายเบเกอรี่และอาหารด้วย เงินลงทุนของร้านกาแฟขนาดเล็กแบบซุ้มก็คงไม่เกิน 20,000 บาท แต่ร้านใหญ่อาจจะมากถึง 2 ล้านบาทได้ ดังนั้นเราจะทราบว่าจะลงทุนมากหรือน้อยก็คงต้องเริ่มจากการเขียนแผนธุรกิจก่อนหรืออย่างน้อยก็ควรได้มีการสร้างโมเดลธุรกิจแบบ Business Model Canvas เพื่อทราบถึงความเป็นไปได้ของการลงทุน และจะทำให้เราหาข้อมูลในเรื่องราคาเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์และต้นทุนวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการทำธุรกิจของเราได้ ในทางปฏิบัติแล้วเราคงต้องลองเขียนจำนวนเงินลงทุนที่เราต้องใช้ในการเริ่มกิจการของเราลงในแผ่นกระดาษ ซึ่งทางการเงินแล้วเราเรียกสั้นๆว่า ประมาณการเงินลงทุน (หรือจะเรียกว่า งบลงทุน,งบโครงสร้างเงินลงทุน หรือแหล่งที่ใช้ไปของเงินทุนก็ได้) ในบทนี้จะอธิบายถึงการจัดทำประมาณการเงินลงทุนเพื่อให้ผู้ประกอบการมือใหม่ ได้ทราบถึงจำนวนเงินที่จะต้องหามาเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ และเพื่อนำไปคำนวณผลตอบแทนทางการลงทุนได้ต่อไปเพราะเงินลงทุนของกิจการก็เปรียบเหมือนต้นทุนของธุรกิจนั่นเอง

แบบฟอร์มงบประมาณการเงินลงทุน เป็นเพียงเครื่องมือที่ผู้ลงทุนใช้กรอกตัวเลขเพื่อให้ทราบถึงจำนวนเงินที่ต้องใช้ไปในการซื้อทั้งทรัพย์สินถาวรและเพื่อเป็นเงินหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ รวมทั้งการให้เครดิตลูกหนี้การค้าในกรณีที่คู่แข่งขันรายเดิมมีการให้เครดิตลูกค้าอยู่แล้ว เจ้าของกิจการใหม่จึงจำเป็นต้องสำรองเงินเหล่านี้ไว้ เพื่อให้มีสภาพคล่องและไม่มีปัญหาเงินขาดมือได้

ตัวอย่างงบประมาณเงินลงทุนอย่างง่ายๆที่ทุกคนก็สามารถทำได้

งบประมาณเงินลงทุน/แหล่งที่ใช้ไปของเงินลงทุน(Use of Fund)

จากตัวอย่างงบประมาณการเงินลงทุนข้างบน จะเห็นได้ว่ากิจการนี้ต้องใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6.2 ล้านบาทโดยใช้เงินลงทุนของเจ้าของจำนวน 4 ล้านบาทและกู้จากเจ้าหนี้อีกจำนวน 2.2 ล้านบาท เงินลงทุนส่วนใหญ่ของกิจการคือลงทุนในทรัพย์สินถาวรประกอบไปด้วย ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์จำนวนกว่า 5.68 ล้านบาท ส่วนเงินทุนหมุนเวียนในการเก็บสต๊อกสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ ลูกหนี้การค้าและเงินสดในมือมีเพียง 520,000 บาท การจัดทำประมาณการเงินลงทุนทำง่ายเพียงแต่กรอกตัวเลขเท่านั้น แต่ที่ยากคือเราต้องหาข้อมูลเรื่องราคาทรัพย์สินที่ต้องซื้อมาใช้ในธุรกิจมากว่า ในบทนี้จะมีแบบฟอร์มให้ผู้ลงทุนลองกรอกข้อมูลประมาณการเงินลงทุนได้ โดยก่อนที่จะกรอกตัวเลขคงต้องหาข้อมูล ราคาและตัวเลขต่างๆ ดังนี้

  • ต้องทราบว่าจะต้องซื้อทรัพย์สินถาวรอะไรบ้าง เช่น ต้องซื้อเครื่องจักรอะไร จำนวนกี่ตัว ราคาเท่าไหร่ มีเครื่องมืออุปกรณ์อะไรที่ต้องใช้อีกนอกจากเครื่องจักร รวมแล้วเป็นเงินเท่าไหร่
  • ต้องซื้อทรัพย์สินถาวรประเภท ที่ดิน อาคารไหม หรือควรเช่าไปก่อน หากเช่าก็ต้องเตรียมเงินไว้มัดจำอาคารหรือพื้นที่ขายอีก ต้องมัดจำกี่เดือนเป็นเงินเท่าไหร่
  • เงินที่ต้องใช้ตกแต่งภายในสำนักงาน เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ แล้วต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ต่างๆอีกเท่าไหร่ รวมทั้งต้องซื้อ เครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศอีกด้วย เป็นเงินเท่าไหร่
  • รถยนต์ รถจักรยานยนต์ จำเป็นไหมสำหรับธุรกิจ หากจำเป็นควรซื้อรถใหม่หรือรถเก่า ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของเรา
  • ธุรกิจต้องมีการสต๊อกสินค้าสำเร็จรูปไว้นานกี่วัน เป็นเงินเท่าไหร่ แล้วต้องสต๊อกวัตถุดิบอะไรบ้าง นานกี่วันเพื่อไม่ให้ขาดวัตถุดิบในการผลิตรวม เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่
  • เราต้องให้เครดิตแก่ลูกหนี้การค้าไหม จำนวนกี่วัน เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ที่ต้องหามาใช้ในการนี้ แล้วต้องมีเงินสดในมือไว้ตลอดเวลาอีกเท่าไหร่ (ไม่ต้องมากนะ ส่วนใหญ่ธุรกิจขนาดเล็กก็ประมาณ 20,000 -50,000 บาทเท่านั้นเผื่อจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟในแต่ละเดือนและเบ็ดเตร็ดเท่านั้น)

หากคุณได้เตรียมตัวเลขไว้เรียบร้อยแล้วก็ลอง Download แบบฟอร์มประมาณการเงินลงทุนได้ ที่นี่ Download (สำหรับช่องสีเหลืองไม่ต้องใส่ตัวเลขเพราะผูกสูตรผลบวกไว้แล้ว)

จากการจัดทำงบประมาณการเงินลงทุน คุณจะทราบได้เลยว่าถ้าคุณเริ่มต้นธุรกิจ คุณจะต้องใช้เงินลงทุนมากน้อยเพียงไหน หากมากจนคุณมีเงินไม่เพียงพอ คุณก็อาจต้องลดขนาดธุรกิจคุณให้เล็กลง หรือหาแหล่งเงินกู้หรือผู้ร่วมทุนเพื่อให้คุณสามารถเริ่มเป็นเจ้าของกิจการได้ การลงทุนในธุรกิจ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเริ่มต้นธุรกิจเท่านั้น แต่ทำให้เราทราบว่าจำนวนเงินที่เราลงทุนนั้นต้องมียอดขายมากน้อยเพียงใดเพื่อมาสนับสนุนธุรกิจให้อยู่ได้ เงินลงทุนน้อยอาจจะเสี่ยงน้อยแต่กำไรก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายคงที่ในแต่ละเดือน แต่หากต้องใช้เงินลงทุนมาก ความเสี่ยงก็มากด้วย ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนตลาดให้ดีเพื่อให้มียอดขายสูง และมีระยะการคืนทุนที่สั้น ดังนั้นจำนวนเงินลงทุนของเราจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเรื่องปริมาณการขายที่เหมาะสมกับการลงทุนได้