การพัฒนาผลิตภัณฑ์

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1 :จัดให้ครบครัน สู่บรรจุภัณฑ์แข่งขันได้

    หลายคนเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดีๆ แต่พอไปวางจำหน่ายทีไร รู้สึกไม่โดนใจคนซื้อสักที หรือดูทีไร ก็สวยสู้ของคนอื่นไม่ได้ ทั้งๆ ที่คิดมาเยอะ ดูตัวอย่างที่สวยๆ ก็แล้ว บอกไม่ได้แต่รู้ว่าไม่โดน มันขาด มันเกิน อะไรสักอย่าง หลายคนหานักออกแบบ แต่ออกมาก็ไม่ใช่ มันดูตื้นเขิน ผิวเผิน หรือแม้กระทั่งดูแปลกๆ

    การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ต้องออกไปสู้ในมหาสมุทรน้อยใหญ่สีต่างๆ นั้น ก็ยากแล้ว การต้องมาออกแบบบรรจุภัณฑ์เอง คงเป็นเรื่องที่ยากกว่า แต่ถ้าเรารู้จักหลักการของบรรจุภัณฑ์ การสื่อสาร การถ่ายทอดที่ถูกต้อง รู้ใจตนเอง ไม่ว่าจะทำมันด้วยตัวเองหรือให้นักออกแบบมาทำให้ ถึงมันจะยังไม่ใช่ก็ใกล้ทีสุด

    ก่อนตัดสินใจทำบรรจุภัณฑ์ มาทำความเข้าใจในหลักพื้นฐานขององค์ประกอบ 3 ชุด ที่มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย แต่ละอย่างนั้น มีรายละเอียดที่สามารถคิดและเข้าถึงมันได้ด้วยตนเอง พิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน จนครบครัน จะนำไปสู่บรรจุภัณฑ์ที่แข่งขันได้ดั่งปรารถนา

องค์ประกอบชุดที่ 1 เรื่องโครงสร้าง (Structure) พิจารณาส่วนนี้ 4 เรื่อง

  • วัสดุ (Materials) พิจารณาว่า ผลิตภัณฑ์ของเรานั้น เหมาะกับการห่อหุ้มด้วยวัสดุประเภทใด ถึงจะปกป้องต่อดินฟ้าอากาศ และเหตุอันสุดวิสัยได้ ต้องกันน้ำหรือไม่ โดนแสงได้ไหม หรือต้องรักษาอุณหภูมิตามที่กำหนดเท่าไร วัสดุบรรจุภัณฑ์นั้น มีมากมายหลายชนิด ศึกษาคุณสมบัติของแต่ละชนิดเสียก่อน ว่าป้องกันเรื่องใดได้ดี จำนวนผลิตขั้นต่ำเท่าไหร่ ราคาเป็นอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน ก่อนที่จะเดินหน้าตัดสินใจไปแล้ว มีปัญหาอุปสรรคตามหลังมามากมาย วัสดุในการทำบรรจุภัณฑ์ มีหลากหลาย อาทิ กระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว ไม้ ฯลฯ
  • รูปทรง (Shape & Form) พิจารณารูปทรง เปรียบเสมือนรูปกายของมนุษย์ ที่สร้างพลังและแรงดึงดูดมาแล้วนักต่อนัก การเลือกรูปทรงกล่อง หรือขวด หรือถุง เลือกให้เหมาะกับบุคลิกภาพของผลิตภัณฑ์ หาความไม่ธรรมดาที่ทำได้แบบไม่ยุ่งยาก ทำให้ต้นทุนเลยเถิด ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มาก เพื่อจะได้ลงทุนน้อยหน่อย ที่สำคัญก็ไม่ควรลอกแบบใคร วัสดุแต่ละชนิด มีข้อจำกัดในรูปทรงที่ไม่เหมือนกัน
  • การประกอบ (Assembly) พิจารณาการประกอบร่าง เป็นบทบาทที่ไม่ควรละเลยสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ความง่ายของการประกอบ การใส่บรรจุ โดยไมฝืนธรรมชาตินั้น จะทำให้กระบวนการผลิต การบรรจุ สู่มือผู้บริโภค เป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่นำสินค้าลงบรรจุภัณฑ์ ปิดผนึก จนถึงเวลาการเปิดใช้ การปิดเมื่อใช้ไม่หมด หรือเก็บไว้ใช้ต่อ ต้องทำแบบมีหลักการและง่ายสำหรับการใช้งานของทุกคนในทุกขั้นตอน ทดลองประกอบต้นแบบด้วยตนเองก่อนทำจริง จะป้องกันความผิดพลาดในการผลิตบรรจุภัณฑ์
  • ขนาด (Size) พิจารณาขนาดบรรจุภัณฑ์ ทั้งต่อหน่วยและต่อหลายหน่วยรวม ต้องพิจารณาให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย ว่าใครใช้และใช้เท่าไหร่ อาจต้องคิดถึงความถี่ในการใช้ด้วย การดูโครงสร้างของสังคมและวิถีชีวิตของผู้บริโภคเป้าหมาย จะทำให้เราคาดคะเนได้ใกล้เคียงถึงจำนวน ขนาด หรือน้ำหนักได้ และแน้วโน้มสังคมที่เปลี่ยนไป มีผลต่อขนาดของบรรจุภัณฑ์ เช่น ถ้าเราต้องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับครอบครัว ต้องมีบรรจุภัณฑ์ใหญ่ และอยากจะรวมไปถึงคนที่อยู่กันน้อยคนหรือคนเดียว ต้องมีบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก ผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจลดเหลือขนาดเล็กอย่างเดียว เพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ครอบครัวเล็กลง สังคมคนโสดอยู่คนเดียวมีมากขึ้น เป็นต้น

องค์ประกอบชุดที่ 2 เรื่องความงาม (Aesthetics) ความงามบนบรรจุภัณฑ์ คือความงามของทุกสิ่งทุกอย่างที่วางอยู่บนพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ประมาณ 8 เรื่อง

  • ตราสัญลักษณ์ (Brand Logo) คือชื่อผลิตภัณฑ์ หรือที่เรียกกันมาแบบเคยชินว่า ยี่ห้อ ตามคนจีนแต้จิ๋วที่มาค้าขายในประเทศไทยนมนานกว่าร้อยปี หมายถึงเครื่องหมาย เป็นการเริ่มต้นความงามแรกที่สุดของบรรจุภัณฑ์ ออกแบบให้งดงามน่าดู เพราะเป็นจุดแรกที่ผู้บริโภคมองหา นอกจากงามแล้ว ยังต้องน่าเชื่อถือ เข้ากับบุคลิกของผลิตภัณฑ์ บางครั้ง ตราสัญลักษณ์ที่สวยงามอย่างเดียว สามารถทำให้องค์ประกอบทุกอย่างดูดีไปด้วย
  • ตัวอักษร (Fonts) คือตัวแทนของภาษาสำหรับใข้สื่อสาร จากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ข้อความที่ดี กระชับ เข้าใจง่ายอย่างเดียวไม่พอ ต้องเลือกใช้รูปแบบของตัวอักษรที่มีความงามและอ่านง่าย ตัวอักษรเป็นสิ่งที่ออกแบบได้ บรรจุภัณฑ์บางอย่างนำตัวอักษรมาออกแบบอย่างเดียวก็สวยงามเพียงพอ
  • pic
  • ภาพประกอบ (Pictures) ภาพประกอบมักเป็นที่นิยม เราใช้ภาพประกอบเพื่อสื่อหลายอย่างให้กับผู้บริโภค เช่น ข้างในบรรจุภัณฑ์ที่มองไม่เห็นนั้นคืออะไร ผลิตภัณฑ์มีการแปรรูปจนเปลี่ยนไปนั้นทำมาจากอะไร หรือภาพช่วยทำให้เข้าใจว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไร ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์เป็นอย่างไร เป็นต้น ภาพประกอบที่ใช้กันมีสามรูปแบบคือ ภาพวาด ภาพกราฟฟิก และภาพถ่าย สามารถเลือกใช้ตามเหตุและผลที่จะสื่อสารได้ดีที่สุด

  • ลายเส้น-รูปร่าง (Lines-Shapes) บางครั้งในการสื่อสารผ่านบรรจุภัณฑ์ อาจไม่ต้องสื่อด้วยภาพแบบตรงไปตรงมาเสียทุกครั้ง ลายเส้นและรูปร่าง เป็นการสื่อสารทางอ้อมได้ทางหนึ่ง เป็นการสื่อแบบนามธรรม ที่บางครั้งอาจออกมาดูเก๋ ดูเท่กว่าภาพประกอบทั่วไปเสียอีก
  • สี (Colors) สีมีส่วนสำคัญในการแสดงอารมณ์และความรู้สึกของผลิตภัณฑ์ สีบนบรรจุภัณฑ์ อาจมาจากสีของแบรนด์ ศึกษาจิตวิทยาของสี ความหมายของสี แนวโน้มในความนิยมของสี หรือแม้กระทั่งสีที่ตลาดเป้าหมายชอบ จะช่วยให้เกิดทั้งความงาม ความเหมาะสม โน้มน้าวอารมณ์และความรู้สึกได้

  • พื้นผิว (Textures) ผิวสัมผัสของบรรจุภัณฑ์สามารถสร้างคุณค่า สร้างความรู้สึกที่ดี สามารถส่งผ่านความตั้งใจ ความพิถีพิถัน ไปยังผู้บรืโภคได้ การสร้างผิวสัมผัส ควรมาจากตัวตนของผลิตภัณฑ์ จะถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีและตรงที่สุด
  • การจัดองค์ประกอบ (Composition) การจัดวาง การให้ความสำคัญกับการเรียงลำดับ การใชัพื้นที่ของส่วนต่างๆ ของตัวอักษรและภาพ อะไรสำคัญ อะไรที่ต้องใหญ่ อะไรที่ต้องเน้น สื่อสารสิ่งที่ต้องการให้ได้พร้อมๆ กับความสวยงามสะดุดตา น่ามอง
  • เทคนิคการพิมพ์ (Printing Technics) ศึกษาและเลือกวิธีการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ในด้านวัสดุ ราคา และจำนวน บางเทคนิค เหมาะกับการพิมพ์บนวัสดุบางชนิด บางเทคนิคเหมาะกับต้นทุนต่ำ และบางเทคนิคเหมาะกับการพิมพ์จำนวนน้อย เป็นต้น

องค์ประกอบชุดที่ 3 เรื่องข้อมูล (Informations) ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ คือข้อมูลทั้งหมด เป็นตัวอักษรหรือภาพ ที่ต้องการจะสื่อบนบรรจุภัณฑ์ มีทั้งต้องมีเพื่อเป็นการบอกตัวตน ต้องมีเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือมี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จะมีอยู่ประมาณ 11 อย่าง ดังนี้

  • ชื่อแบรนด์-ชื่อผลิตภัณฑ์ (Brand-Product Brand) ผลิตภัณฑ์มักมีตราสัญลักษณ์หนึ่งตรา แต่บางผลิตภัณฑ์จะมีสองตรา เนื่องจากมีหลายผลิตภัณฑ์ภายใต้เจ้าของเดียว จึงมี แบรนด์คลุม เพื่อให้ผู้บริโภคจำได้ง่าย
  • คุณลักษณะผลิตภัณฑ์ (Attribute) การบอกว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร คือการบอกคุณลักษณะ เช่น เป็นน้ำผลไม้ เป็นครีมบำรุงผม แต่ในโลกแห่งการสร้างความแตกต่างนี้ เราอาจต้องบอกให้มากกว่าเดิมเช่น เป็นน้ำผลไม้แบบออร์แกนิค หรือเป็นครีมบำรุงผมสมุนไพรไทย เป็นต้น
  • สรรพคุณ (Benefits) ผู้บริโภคปัจจุบันมักต้องการทราบว่า สิ่งที่ซื้อไปนั้นจะคุ้มค่า หรือไม่ สามารถตอบสนองความต้องการ หรือแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้ไหม จึงจำเป็นต้องบอกสรรพคุณและประโยชน์ที่จะได้รับ การบอกความจริง (Fact) นั้น ดีที่สุด
  • ทางเลือกผลิตภัณฑ์ (Product Variation) ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีหลายรส หลายกลิ่น หลายรูปแบบ ฯลฯ ด้วยการแยกให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน จะเป็นการแยกด้วยภาพประกอบ สี หรือลวดลาย สามารถทำได้ แต่ต้องดูภาพรวมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

  • วิธีใช้ (Direction of Use) เป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ต้องมีวิธีใช้ สามารเขียนเป็นข้อความหรือทำเป็นภาษาภาพพร้อมคำอธิบายได้
  • ส่วนประกอบ-ส่วนผสม (Ingredients) เป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์ทำมาจากอะไรและมีส่วนผสมอะไรบ้าง เป็นการเปิดเผยข้อมูลให้ตรวจสอบได้ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจให้กับทั้งผู้ผลิตเองและผู้บริโภค
  • ผู้ผลิต-ผู้จัดจำหน่าย (Manufacturer-Distributor) เป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ต้องบอกให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตและจำหน่ายโดยใคร มีตัวตน สร้างความรับผิดชอบพร้อมๆ กับความมั่นใจให้ผู้บริโภค
  • ปริมาตร-น้ำหนัก (Contain-Weight) เป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ต้องบอกน้ำหนัก หรือ ขนาดบรรจุ น้ำหนักเกินได้ ไม่ให้ขาด เวลาบรรจุ เพราะหากมีการตรวจสอบ น้ำหนักไม่ถึงจะเข้าข่ายหลอกลวง ทำให้เกิดปัญหาได้ การบอกน้ำหนักในประเทศไทยใช้ระบบเมตริก แต่หากมีการส่งออกให้ศึกษาหน่วยวัดของประเทศนั้นๆ
  • วันผลิต-วันหมดอายุ (Manufacturing Date) เป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ต้องบอก วันเดือนปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ พร้อมๆ กัน ผลิตภัณฑ์บางอย่างต้องบอกเลขครั้งที่ผลิตลงไปด้วย เพื่อการแกะรอยได้เมื่อมีปัญหา
  • ข้อมูลควรรู้ (Facts) ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เป็นผู้ชอบรับข้อมูล การให้ข้อมูลเพิ่มเติม ข้อแนะนำหรือเรื่องราวต่างๆ จะเป็นการเสริม เพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ควรใส่ข้อมูล เมื่อมีโอกาส หรือมีพื้นที่บนบรรจุภัณฑ์
  • ตราสัญลักษณ์รับรองต่างๆ (Standard & Award Symbols) ตราสัญลักษณ์รับรองจากหน่วยงานต่างๆ เป็นเครื่องหมายประกันข้อดีด้านใดด้านหนึ่งของผลิตภัณฑ์ การมีเครื่องหมายมาตรฐานเหล่านี้บนบรรจุภัณฑ์จะสร้างความน่าเชื่อถือ ผ่อนแรงโฆษณาไปได้ อย่างน้อย ผู้ผลิตควรได้รับมาตรฐานเบื้องต้นก่อน เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ผู้บริโภค

    จัดองค์ประกอบทั้ง 3 ขุด ให้กับบรรจุภัณฑ์ ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก บรรจุภัณฑ์ที่ดี เป็นผลผลิตของการทำงานหนักและพิถีพิถัน จัดตามหลักการ ข้อมูลที่ได้จะครบถ้วน พร้อมสำหรับการออกแบบหรือส่งให้นักออกแบบสานงานให้ได้ เมื่อเริ่มต้นดี ปลายทางต้องสวยงาม แข่งขันได้แน่นอน