การพัฒนาผลิตภัณฑ์

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ

การออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์

    เราสร้างแบรนด์ เพื่อ ความโดดเด่นแตกต่าง เพื่อให้คนรู้จักเป็นสิ่งแรก แต่จะรู้จักแบบไหนนั้น ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย เมื่อเรามีผลิตภัณฑ์ และต้องการจำหน่าย ด้วยวัตถุประสงค์ใดก็แล้วแต่ ล้วนต้องการให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรืออย่างน้อยก็คงอยู่แบบยั่งยืน ในแง่ของการออกแบบช่วยในด้านแบรนด์นี้ ต้องมารู้จักว่าแบรนด์คืออะไรเสียก่อน แล้วจะค่อยๆ เข้าใจว่า ทำไมเราถึงต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างมากกว่าแค่ออกแบบตราสินค้า (Logo) เพียงอย่างเดียว แล้วบอกว่ามีแบรนด์เรียบร้อยแล้ว

    ความหมายแบบเข้าใจง่ายๆ ของคำว่าแบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่เจ้าของแบรนด์นั้น ต้องการให้เป็น ในสายตาผู้บริโภค และผู้บริโภคยอมรับ หรือมีมุมมองแบรนด์ของเจ้าของแบรนด์ตรงกัน นั่นคือ ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ โดยการยอมรับของผู้บริโภคที่ได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในทิศทางของแบรนด์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราต้องการขายขนมไทย ให้กับผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ การที่จะทำให้ผู้บริโภครุ่นนี้นิยม หรือกล้าลอง ก็ต้องคิดกันตั้งแต่ชื่อ แนวคิดผลิตภัณฑ์ เรื่อยมาจนถึงปราการด่านสุดท้าย คือ บรรจุภัณฑ์ ถ้านำออกจำหน่ายแล้ว ยังมีผู้บริโภคเดิมๆ ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมองเลย นั่นหมายถึง แบรนด์ที่กำลังสร้างนั้น ไม่สำเร็จเสียแล้ว หรือบางครั้งต้องการจะขายผลิตภัณฑ์ให้คนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาให้ความสนใจ ก็ถือว่า การสร้างแบรนด์ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคาดคิด ได้ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง

    การปรับทิศทางของแบรนด์ ให้เป็นมุมมองเดียวกัน เข้าใจตรงกัน ระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้บริโภค เป็นหน้าที่ของเจ้าของแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ การเก็บข้อมูลและความคิดเห็นจากลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์ เป้าหมายของการสร้างแบรนด์ที่สำคัญคือ การทำให้ผู้บริโภคมองเราว่าเราเป็นอย่างไร เหมือนที่เราตั้งใจไว้

    ส่วนประกอบของแบรนด์นั้น เปรียบเสมือนมนุษย์ซึ่งเป็นการรวมหลายส่วนของอวัยวะมาเป็นร่างกาย ประกอบด้วยสัดส่วน รูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ เสมือนแบรนด์ ประกอบไปด้วย ตัวตน ตราสินค้า ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ สี คุณภาพ บริการ สัญญา ความใส่ใจ ความสัมพันธ์ รวมถึงผู้คนในองค์กร ฯลฯ เหมือนบุคคลคนหนึ่ง ที่เป็นผลรวมของทุกสิ่ง มีหน้าตาและบุคคลิกเฉพาะตัวที่คนอื่นสังเกตได้ จดจำได้

    ตราสินค้า เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ แม้ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นสมือนตัวแทนด่านหน้าที่จะออกไปพบปะกับโลกภายนอก โลกของการแข่งขัน ตราสินค้านี้ หลายๆ ผู้ประกอบการลืมที่จะให้ความสำคัญ เพราะคิดว่า ผลิตภัณฑ์ดีอยู่แล้ว ขายได้ คงไม่ต้องลงทุนกับมันมากนัก แต่การมีตราสินค้า (Brand Logo) นั้น มีประโยชน์หลายอย่าง

ประโยชน์ของการมีตราสินค้า (Benefits of Brand Logo)

    1. สร้างภาพพจน์และความเชื่อถือให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ เมื่อผลิตภัณฑ์ มีชื่อเสียงเรียงนาม คือ การมีตัวตน ที่จะคงอยู่และรับผิดชอบในการกระทำใดๆ ในแบรนด์

    2. สร้างการจดจำองค์กรและผลิตภัณฑ์ เมื่อได้เห็นหรือได้ยินชื่อนี้ จะเป็นการยืนยัน ย้ำเตือน ว่ามีอยู่เสมอ มีอยู่เรื่อยๆ ไม่หนีหายไปไหน ในที่สุดก็จะจำได้

    3. สร้างความแตกต่างให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ การที่ตราสัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน อยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน ช่วยแยกตัวตนและความแต่งต่างได้

    4. ป้องกันการลอกเลียนผลิตภัณฑ์ การมีแบรนด์จะทำให้ผู้ลอกเลียนแบบต้องคิดก่อนลอก เพราะอาจมีความผิดทางกฎหมาย การจดทะเบียนตราสินค้าจะช่วยป้องกันการลอกเลียนได้

ข้อคิดในการออกแบบตราสินค้าให้สำเร็จ (Principles for Successful Brand Design)

    1. ออกแบบไร้กาลเวลา มองได้ไม่เบื่อ

    2. ออกแบบให้มีความสอดคล้องกับกิจการ

    3. รูปแบบไม่สร้างความสับสนกับธุรกิจอื่น

    4. สามารถอยู่ได้กับหลายรูปแบบพื้นที่และสถานการณ์

    5. ใช้สีน้อย สีถูกใจ สีถูกโฉลก และสีเข้ม

    6. ออกแบบให้มีความพอดี ไม่มาก ไม่น้อยไป

    7. ชื่อดี กระชับ อ่านง่าย จำได้ไม่ยาก

    8. มีคำสั้นๆ ที่อธิบายตัวตนของแบรนด์

    9. ออกแบบโดยใส่ความเป็นตัวตนอัตลักษณ์ลงไปในแบรนด์

    เจ้าของกิจการควรมีแนวคิดเริ่มต้น และเป็นคนสร้างสรรค์แบรนด์ด้วยตนเอง เพราะเป็นผู้รู้จักตนเองมากที่สุด จากนั้นจึงถ่ายทอดส่งต่อแนวคิดนี้ไปสู่การออกแบบตราสินค้าที่จะทำหน้าที่ได้ด้วยตัวของมันเองเป็นอย่างดี จากนั้นแบรนด์ก็จะทำงาน โดยเดินไปตามกรอบของแนวทางที่กำหนดไว้ดังที่กล่าวมาในตอนต้น แบรนด์ต้องเป็นไปตามที่ผู้ประกอบการอยากให้เป็น และผู้บริโภคก็เข้าใจในตัวตนของแบรนด์ คอยสำรวจตนเอง ว่าผู้บริโภคมองเนราแบบที่เราอยากให้มองหรือไม่ พัฒนาและปรับปรุง สำรวจแบรนด์ตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เหมือนการปั้นคนดี คนเก่ง ไม่ง่าย ต้องทำทุกด้าน ทั้งรูปลักษณ์ภายในภายนอกของผลิตภัณฑ์ นิสัยใจคอ การพูด การกระทำ ฯลฯ เหล่านี้ ควบคู่ไปกับตราสินค้าที่เปรียบเสมือนหน้าตาด่านแรกของการออกไปสู่ตลาดที่มีการแข่งขันอย่างมากในปัจจุบัน